การถอดความของสัทธัมปุณฑริกาสูตร

การถอดความของสัทธัมปุณฑริกาสูตร

jumbo jili

การถอดความของ Saddharmapundarika Sutra (The Lotus Sutra) ใน Ink on White Paper ช่วงเวลา: Goryeo (918-1392) ที่ตั้ง: Gwanak District ทางใต้ของโซล สถานะ:สมบัติของชาติหมายเลข 211 Saddharmapundarīka Sutra มักถูกเรียกโดยชื่อย่อว่า “Lotus พระสูตร” เป็นคัมภีร์หลักของนิกาย T’ien-t’ai แนวความคิดหลักของหนังสือเล่มนี้คือ หนทางสู่การเป็นพระพุทธเจ้าคือการเปิดให้ทุกคน ควบคู่ไปกับพระสูตรอวตตัมสกะ พระสูตรนี้ยังมีอิทธิพลอย่างมากในการสถาปนาปรัชญาทางพุทธศาสนาของเกาหลี เป็นพระไตรปิฎกที่แพร่หลายมากที่สุดตั้งแต่สมัยสามก๊ก (57 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 668)

สล็อต

หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยเจ็ดเล่มของ Lotus Sutra แปลโดย Kumārajiva ของปลายคางของจีน คัมภีร์ถูกคัดลอกด้วยมืออย่างระมัดระวังโดย Ha Deokran ในปี 1377 (ปีที่ 3 ของกษัตริย์ U of Goryeo) พร้อมคำอธิษฐานขอให้พ่อและจิตวิญญาณของแม่ผู้ล่วงลับมีอายุยืนยาว เนื้อหาถูกเขียนด้วยหมึกบนกระดาษสาขาว
แต่ละเล่มทำเป็นตะแกรงพับ ยาว 10.9 ซม. (0.36 ฟุต) และกว้าง 31.8 ซม. บนหน้าปกของหนังสือแต่ละเล่มมีภาพดอกไม้สีทองและสีเงินอันงดงาม ชื่อหนังสือแต่ละเล่มเขียนด้วยทองคำด้วย ในตอนต้นของหนังสือแต่ละเล่มจะมีรายละเอียดภาพวาดสรุปเนื้อหาที่เป็นสีทอง จากข้อสังเกตที่ทิ้งไว้ท้ายเล่มโดยคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง เราสามารถบอกได้ว่าหนังสือเล่มนี้ถูกนำไปญี่ปุ่นประมาณปี 1443 (ปีที่ 25 ของกษัตริย์เซจองแห่งโชซอน) และเก็บไว้ในราชสำนักกวางแดวอนตั้งแต่ปี 1605 (ครั้งที่ 38) ปีของกษัตริย์ซอนโจ)
หนังสือเล่มนี้มีทั้งงานเขียนที่อธิบายว่าเหตุใดจึงผลิตหนังสือเล่มนี้และภาพวาดที่สรุปเนื้อหา มันถูกเก็บไว้ในสภาพที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟื้นจากญี่ปุ่นก็ถือเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอันมีค่า
พระสูตรบัวหลวง เป็นคัมภีร์ที่สำคัญในประเพณีทางพุทธศาสนาของ Mah大方廣弗華嚴經yāna และเป็นหนึ่งในพระคัมภีร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชียตะวันออก ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่อง และอุปมา มันเด่นชัด espouses หลักคำสอนของพระพุทธรูปธรรมชาติที่ถนนเพื่อพุทธจะเปิดให้ anyone.This เขียนด้วยลายมือเป็น scribing ของเจ็ด fasciclesof โลตัสพระสูตรแปลโดยหลักพระไตรปิฏกKumārajīva (鳩摩羅什) จาก Kucha ( 쿠 차 ) ซึ่งเขียนด้วยหมึกเงินอย่างอุตสาหะใน พ.ศ. 1373 การเขียนหรือคัดลอกพระสูตรเป็นแนวทางปฏิบัติที่สำคัญทางพุทธศาสนาเพื่อสะสมบุญให้กับอาลักษณ์หรือผู้มีพระคุณที่มอบหมายให้อาลักษณ์ มีหมึกสีทองภาพประกอบตอนต้นของแต่ละเล่มบรรยายภาพพระพุทธเจ้า แม้ว่าส่วนขวาของภาพประกอบจะเหมือนกันสำหรับหนังสือทุกเล่ม แต่หัวข้อของส่วนซ้ายนั้นไม่ซ้ำกันในแต่ละเล่ม มีบางวันที่เขียนไว้ที่ขอบด้านบนของแต่ละเล่ม ซึ่งน่าจะบ่งชี้ถึงความคืบหน้าของการถอดความ ’30’ ที่จารึกไว้ในเล่มที่เจ็ดแสดงให้เห็นว่ากระบวนการถอดความใช้เวลาหนึ่งเดือนกระดาษ pf ต้นฉบับเป็นกระดาษถอดความแบบพิเศษ หนาและเรียบบนผิวหน้าเมื่อเทียบกับกระดาษธรรมดา การประดิษฐ์ตัวอักษรเป็นสคริปต์การถอดความแบบทั่วไป คล้ายกับการถอดเสียงพระสูตรที่พบในตุนหวงรวมทั้งมีร่องรอยของนักคัดลายมือสมัยราชวงศ์หยวนจีนจ้าว เหมิงฟู่. การเขียนตอนท้ายเล่มที่ 7 แสดงให้เห็นว่า ฮาด็อกนันได้มอบหมายให้ถอดความเพื่อขอพรให้แม่ที่เสียชีวิตในภพหน้ามีความสุขในชีวิต ตลอดจนอายุยืนยาวและความเจริญรุ่งเรืองของพ่อ คำอธิบายเพิ่มเติมระบุว่าหลังจากปิดผนึกที่อาราม ต้นฉบับถูกนำไปยังญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1443 และหลังจากนั้นไปยังวัดมัตสึโนะไดมโยจิน (松尾大明神) ในปี 1605 ซึ่งมีการเขียนบันทึกการเข้าซื้อกิจการ หลังจากการปลดปล่อยของเกาหลีในปี พ.ศ. 2488 ต้นฉบับก็ถูกส่งกลับไปยังเกาหลี ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์โฮริม ต้นฉบับนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่ส่งคืนโดยปราศจากอันตรายจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้มีค่ายิ่งขึ้นด้วยภาพประกอบในแต่ละเล่ม วันที่ที่บันทึกความคืบหน้าของการถอดความมีความสำคัญในการประมาณความเร็วและระยะเวลาของการถอดความ
Saddharmapundarika Sutra (Lotus Sutra) เป็นคัมภีร์หลักของลัทธิ Cheontae ของพุทธศาสนาในเกาหลี แนวคิดหลักของหนังสือเล่มนี้คือ หนทางสู่การเป็นพระพุทธเจ้านั้นเปิดกว้างสำหรับทุกคน พระสูตรนี้ร่วมกับพระสูตรอวตัมสกสูตร (พวงมาลัยดอกไม้) พระสูตรนี้เป็นคัมภีร์หลักที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการสถาปนาแนวคิดทางพุทธศาสนาในประเทศเกาหลี หนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนบนกระดาษขาวแบบดั้งเดิม เป็นเล่มสุดท้ายจากเจ็ดเล่มของพระสูตร ขนาดกว้าง 139 ซม. ยาว 35.6 ซม. พับเก็บได้เหมือนฉากพับ ในปี ค.ศ. 1405 (ปีที่ 5 ของรัชกาลพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน) Gakji ได้จดบันทึกในหน้าสุดท้าย นั่นคือ Sinun ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้เพื่อช่วยพ่อแม่ของเขาขจัดความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน และความทุกข์ทรมาน และช่วยให้พวกเขาเข้าสู่นิพพาน ตามบันทึกนั้น เขายังได้ตีพิมพ์ พรหมจาลาสูตร (พระสูตรของพรหมสุทธิ) วัชรเชฎฐิกา ปรัชญาปารมิตา พระสูตร (เพชรพระสูตร) ​​และพระสูตรอวตารสูตร (มาลัยดอกไม้) และสัทธัมปุณฑริกาสูตรพร้อมกัน เขาถอดความข้อความของพวกเขาด้วยหมึกและตกแต่งหน้าปกด้วยการออกแบบที่รอบคอบและงดงาม โดยใช้ประกายสีทองและสีเงิน แต่ตอนนี้หน้าปกหายไปแล้ว แม้ว่าบางส่วนของคำนำของหนังสือเล่มนี้จะขาดหายไป แต่ก็มีคุณค่าและสำคัญมากในการศึกษาวัฒนธรรมการถอดความของราชวงศ์โชซอนตอนต้น

สล็อตออนไลน์

นี่คือบันทึกคำแปลของกุมาราจิวาของพระสูตรซึ่งทำขึ้นในปี 1422 (ปีที่ 4 แห่งรัชกาลของกษัตริย์เซจอง) ซึ่งได้รับมอบหมายจากพระภิกษุด็อกเมียงให้สั่งให้มารดาของเขาเกิดใหม่อันเป็นสุขในดินแดนบริสุทธิ์ทางทิศตะวันตก ตัวอักษรเขียนด้วยเงินบนสีครามและมีทั้งหมดเจ็ดไควร์ สิ่งที่คุณเห็นตรงหน้าคือเล่มที่ 3 และ 7
หน้าปกตกแต่งด้วยดอกบัวสี่ดอก ลวดลายดอกไม้ถูกวาดด้วยสีทองในขณะที่ข้อความเขียนด้วยสีเงิน หัวของไควร์มีพระสูตรเป็นสีทองตามด้วยชื่อเล่มและชื่อผู้แปลคือกุมารจิวา ข้อความนี้เขียนด้วยลายมือสไตล์โจแมงบูซึ่งเป็นเรื่องปกติในพระสูตรส่วนใหญ่
ด้านหลังพระสูตรมีวลีหมึกและชื่อวัด ? วัดควังด็อกซา ? ในสีแดงเข้ม สันนิษฐานว่าสคริปต์ถูกสร้างขึ้นที่วัด Gwangdeoksa ใน Cheonan หรือวางไว้ภายในพระพุทธรูป สมบัติ No. 269 Transcript of Saddharmapundarika Sutra in Silver on Indigo Paper, Volume 1, Treasure No. 390 Transcript of Saddharmapundarika Sutra Volumes 2,4,5, and 6 of Goryeo Transcription of Buddhist Sutra in Gwangdeoksa Temple มีขนาดเท่ากัน, ลายมือ, และวัสดุที่มี Gwangdeoksa เขียนอยู่ด้านหลัง สามเล่มที่มหาวิทยาลัย Dong-A และเจ็ดเล่มที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลีทำให้พระสูตรสมบูรณ์ เป็นกรณีหายากที่มีการรวบรวมหนังสือทั้งหมดในหมู่สคริปต์ทางพุทธศาสนาทำให้พระสูตรมีค่ามากยิ่งขึ้น
พระสัทธรรมปุณฑริกสูตรสันสกฤต Saddharmapuṇḍarika (SP) เป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกสุดของคัมภีร์พุทธมหายาน มีการแปลภาษาจีนคลาสสิกสามฉบับของ Lotus Sutra ที่มีอยู่ รวมถึงคำแปลของ Kumārajīva, Myōhō-renge-kyō (鳩摩羅什訳『妙法蓮華経』. 406CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในพระสูตรที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออก มีอิทธิพลอย่างมากต่อการก่อตัวและการพัฒนาพระสูตร แนวคิด และวัฒนธรรมอื่นๆ ในกรณีที่ปัญหาและปัญหาทางภาษาเกิดขึ้นเกี่ยวกับ SP และการแปลภาษาจีนของสัทธรรมปุณฑริกสูตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการตีความที่ถูกต้องของ Myōhō-renge-kyō จำเป็นต้องศึกษา SP ในภาษาดั้งเดิมของมัน

jumboslot

มีปัญหาเช่นความล้มเหลวในการบรรลุมุมมองที่เป็นหนึ่งเดียวของแหล่งที่มาของพระสูตรดอกบัวจีน การแก้ปัญหานี้ต้องการความแตกต่างอย่างเข้มงวดระหว่างต้นฉบับ SP ทางภาษาศาสตร์และพระสูตรดอกบัวของจีน แต่มีการศึกษา SP ที่ตรงกับความต้องการทางวิชาการในฐานะการศึกษาเปรียบเทียบของ Lotus Sutra ของจีน ในงานวิจัยนี้ เนื้อหาพื้นฐานของต้นฉบับ SP โดยการวิจัยเนื้อหาทางภาษาศาสตร์โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ไอทีดั้งเดิมของเราถูกสร้างขึ้น และด้วยสิ่งนี้และความแตกต่างที่เข้มงวดของ Chinese Lotus Sutra มุมมองใหม่จึงถูกชี้แจงในสถานการณ์ของการรวบรวม SP และแหล่งที่มา ของพระสูตรบัวหลวงจีน
เพื่อแก้ปัญหาข้างต้น เรากำลังส่งเสริมการวิจัยของเราดังต่อไปนี้:
(1) การทบทวนการถอดความใน e-text ของอักษรโรมัน
(2) การรวบรวม ดัชนี และการวิเคราะห์เชิงเมตริก
(3) การประมาณอายุสำเนาต้นฉบับ
(4) การจำแนกประเภทต้นฉบับ SP และ
(5) การจัดสร้างฐาน สพ. โปรดดูงานวิจัยและความสำเร็จสำหรับความคืบหน้าการวิจัยของเรา
ในขณะที่เราจะสร้างจากการศึกษาดังกล่าว เรื่องนี้น่าจะทำให้เกิดความกระจ่างใหม่เกี่ยวกับความรู้ของเราเกี่ยวกับการรวบรวมสัทธรรมปุณฑริกสูตรและการพัฒนาประเพณีของมัน การวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับ SP ช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก SP และพระสูตรจีนโลตัสได้ดียิ่งขึ้น
การศึกษาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยJSPS KAKENHI แกรนท์จำนวน JP21K00058
วิทยานิพนธ์นี้เป็นการตรวจสอบแนวปฏิบัติในการคัดลอกพระไตรปิฎกในญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 7 ถึงต้นศตวรรษที่ 9 มันดึงมาจากบันทึกสารคดีมากมายเพื่อวิเคราะห์ความหมายสถาบัน พิธีกรรม จักรวาลวิทยา และสังคมของการคัดลอกพระสูตรในประเพณีพุทธของญี่ปุ่น มันติดตามการเกิดขึ้นของ scriptoria ทั่วทั้งหมู่เกาะในศตวรรษที่แปด ประเมินความสำคัญของรูปแบบการเขียนที่เป็นพิธีกรรมจากมุมมองของผู้มีอุปการคุณและอาลักษณ์ เปิดเผยแรงบันดาลใจทางศาสนาที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนคัดลอกพระคัมภีร์ และสำรวจหน้าที่ทางการเมืองและวาทกรรมของพุทธศาสนา ในประเทศญี่ปุ่นตอนต้น การถอดความพระคัมภีร์ไม่ใช่การคัดลอกข้อความธรรมดา แต่เป็นการปฏิบัติตามพิธีกรรมที่ดำเนินการโดยผู้คนจากภูมิหลังทางสังคมและภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้พวกเขาตระหนักถึงความทะเยอทะยานทั้งนี้และความทะเยอทะยานทางโลก การคัดลอกพระสูตรมีความสำคัญต่อการศึกษาทางวิชาการของพระพุทธศาสนาในสมัยนารา (พ.ศ. 710-784) เนื่องจากเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติไม่กี่ประการที่มีแหล่งข้อมูลที่ยังมีอยู่ในการจัดทำเอกสารกิจกรรมทางศาสนาของประชากรกลุ่มต่างๆ การศึกษานี้จะใช้กรณีการคัดลอกพระสูตรเพื่อท้าทายเรื่องเล่าทางวิชาการที่โดดเด่นเกี่ยวกับพระพุทธศาสนานารา ซึ่งรวมถึงแบบจำลองที่จำแนกศาสนาในยุคนั้นว่าเป็น “ศาสนาพุทธของรัฐ” ตลอดจนความพยายามที่จะเน้นย้ำถึงกิจกรรมของบุคคลและชุมชนที่ทำงานนอกโครงสร้างทางการ ฉันแสดงให้เห็นว่าแบบจำลองเหล่านี้เกิดจากการอภิปรายในขบวนการปฏิรูปศาสนาพุทธสมัยใหม่ โครงการศตวรรษที่ 20 เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ของชาติ และความสงสัยหลังสงครามเกี่ยวกับอำนาจของรัฐ แทนที่จะคิดว่าการปฏิบัติทางศาสนามีลักษณะเฉพาะที่ดีที่สุดโดยหมวดหมู่ทางสังคมที่มั่นคงเช่น “พุทธศาสนาของรัฐ” หรือ “พุทธศาสนาที่เป็นที่นิยม” วิทยานิพนธ์ฉบับนี้สำรวจแนวปฏิบัติเดียวจากมุมมองที่หลากหลายในหลากหลายกลุ่มประชากร มันให้เหตุผลว่าพระสูตรคัดลอกบุคคลที่รวมกันเป็นหนึ่งจากภูมิหลังที่หลากหลายในขณะเดียวกันก็สร้างความแตกต่างทางสังคมระหว่างพวกเขา
การถอดความพระสูตรในสมัยราชวงศ์โครยอมีความประณีตและวิจิตรงดงามกว่าสมัยอื่นๆ และครองตำแหน่งที่สำคัญมากในบรรณานุกรมเกาหลี ในหมู่พวกเขา การถอดเสียงที่ทำบนกระดาษครามแสดงให้เห็นลักษณะการตกแต่งที่แสดงถึงศักดิ์ศรีและคุณภาพที่ขุนนางจะชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสมัยราชวงศ์โครยอ มีการทำสำเนาจำนวนมากบนกระดาษสีคราม ซึ่งมักจะอยู่ในรูปแบบที่เลื่อนด้วยมือและพับ หากไม่รับประกันความยืดหยุ่น แบบฟอร์มที่เลื่อนด้วยมือจะทำให้เกิดความไม่สะดวกและความเสียหายเมื่อจัดการกับการถอดความเนื่องจากข้อจำกัดทางโครงสร้างของวัสดุที่ม้วนขึ้นและเปิดออก เป็นไปได้ที่จะเอาชนะข้อบกพร่องเหล่านี้โดยเปลี่ยนจากการเลื่อนด้วยมือเป็นแบบพับเพื่อให้ได้ความสะดวกและความเสถียรของโครงสร้าง รูปแบบการพับของการถอดความใช้หลักการเดียวกับหน้าจอพับ ดังนั้นจึงเป็นโครงสร้างที่สามารถพับและกางออกได้ และสร้างขึ้นโดยการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆ เป็นระยะเว้นระยะสม่ำเสมอ ไม่ว่าการถอดความจะเล็กแค่ไหน หากทำจากกระดาษบาง ก็ยากที่จะจัดการและรักษารูปร่างและโครงสร้างของมัน ด้วยเหตุนี้ การถอดความแบบพับมักจะทำจากกระดาษหนาเพื่อรองรับโครงสร้าง และปกก็หนากว่าส่วนด้านในเพื่อป้องกันเนื้อหา กล่าวอีกนัยหนึ่ง แบบฟอร์ม forded โดยทั่วไปถูกผลิตขึ้นเพื่อให้เหมาะกับลักษณะของการรักษาความแข็งแรงโดยการทำให้กระดาษหนา

slot

เนื่องจากต้องใช้กระดาษสีครามจำนวนมากในการถอดความประเภทนี้ จึงสันนิษฐานว่ามีช่างฝีมือที่รับผิดชอบเฉพาะการย้อมกระดาษสีเข้มเท่านั้น โดยปกติ, การย้อมกระดาษต้องใช้สีย้อมมากกว่าการย้อมไหม และการย้อมหลายสิบครั้งจะต้องได้สีครามเข้มของฐานของการถอดความพระสูตรในสมัยราชวงศ์โครยอ น่าเสียดายที่ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเทคนิคการผลิตกระดาษสีน้ำเงินสีครามของราชวงศ์โครยอ และช่างฝีมือที่ทำกระดาษครามไม่อยู่อีกต่อไป ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้วิธีการทำกระดาษครามที่แน่นอน เมื่อเร็วๆ นี้ ช่างฝีมือ Hanji ผู้ย้อมสีธรรมชาติ และนักอนุรักษ์พยายามที่จะฟื้นฟูกระดาษสีครามของราชวงศ์โครยอ แต่ไม่สามารถทำซ้ำพื้นผิวและสีเข้มที่พบในโบราณวัตถุได้ การศึกษานี้แนะนำกระบวนการฟื้นฟูกระดาษสีครามในสมัยราชวงศ์โครยอผ่านความร่วมมือระหว่างช่างย้อมผ้า ช่างฝีมือฮันจิ