สงครามเกาหลี: ใครชนะ? ใครแพ้? ทำไมมันถึงสำคัญ?

สงครามเกาหลี: ใครชนะ? ใครแพ้? ทำไมมันถึงสำคัญ?

jumbo jili

หลังจากพักร้อนในซีรีส์การเลี้ยงอาหารกลางวันรายเดือนของ Asia Society Korea Center โปรแกรมกลับมาในวันอังคารพร้อมกับ Andrew Salmon ชาวอังกฤษจากโซลที่พูดคุยเกี่ยวกับ “The Korean War: Who Won? ใครแพ้? ทำไมมันถึงสำคัญ?” คุณแซลมอนเป็นนักข่าว ผู้ประกาศ และนักเขียนที่อาศัยอยู่ในโซลมาตั้งแต่ปี 2541 เขาเป็นนักข่าวภาษาอังกฤษของ France24 และครอบคลุมประเทศเกาหลีสำหรับ Forbes, The Nikkei Asian Review และ The South China Morning Post และเขียนบทความเรื่อง “Lack of Morning” ทุกสองสัปดาห์ คอลัมน์ Calm” ของ The Korea Times ในปี 2559 แอนดรูว์ได้รับแต่งตั้งให้เป็น MBE (สมาชิกของจักรวรรดิอังกฤษ) โดยควีนอลิซาเบธที่ 2 เพื่อให้บริการแก่ทหารผ่านศึกอังกฤษในสงครามเกาหลี ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การทหารบนคาบสมุทร คุณแซลมอน ได้ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับสงครามเกาหลี ได้แก่เข้าสู่รอบสุดท้าย: ร้านมหากาพย์อังกฤษบนแม่น้ำอิมเกาหลี 1951และโลกเกรียมดำหิมะ: สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียในสงครามเกาหลี 1950

สล็อต

คุณแซลมอนเริ่มต้นการบรรยายโดยเล่าประวัติโดยย่อของสงครามเกาหลีโดยใช้ชุดภาพสัญลักษณ์ที่ถ่ายตลอดการต่อสู้ ภาพเหล่านี้มีตั้งแต่ภาพวาดของกองทัพเกาหลีเหนือ (NKPA) ที่เคลื่อนเข้าสู่กรุงโซลเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2493 จนถึงนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ต่อสู้กับศัตรูที่ยังมีชีวิตอยู่ในกรุงโซล ภาพที่แซลมอนเรียกว่า “หนึ่งในภาพถ่ายการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล” การสนทนาให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “สงครามที่ถูกลืม” โดยใช้เรื่องราวชีวิตจริงในแนวหน้าระหว่างการต่อสู้ที่น่าอับอายทั่วคาบสมุทร ในการพรรณนาถึงสงครามดังกล่าว คุณแซลมอนอธิบายว่าการล่าถอยในฤดูหนาวจากกองกำลังทางเหนือและจีนโดยกองทหารสหประชาชาติทำให้สะพาน ทางรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดพังทลายด้วยดินที่ไหม้เกรียมและหิมะสีดำ ซึ่งเป็นชื่อหนังสือของเขาในปี 2554
สำหรับแซลมอน ผู้ชนะในสงครามคือญี่ปุ่นและจีน ญี่ปุ่นสามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้ด้วยการไม่สู้รบแต่ยังคงอยู่รอบนอก ในขณะที่จีนสามารถปรากฏเป็นมหาอำนาจทางการทหารหลังจากประสบความสำเร็จในเกาหลีเหนือ ผู้แพ้คือสหรัฐอเมริกาที่ล้มเหลวในการชนะสงครามทันทีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และเกาหลีเหนือซึ่งถูกทำลายล้างและยังคงดำดิ่งมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับเกาหลีใต้ ความมั่นคงที่ได้รับผ่านสนธิสัญญาป้องกันร่วมที่ลงนามกับสหรัฐฯ และปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ตามมา หมายความว่าเกาหลีใต้เป็นผู้ชนะในระยะยาวเช่นกัน คุณแซลมอน จบด้วยการเน้นย้ำถึงความสำเร็จของเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเยอรมนีหลังสงคราม และบทเรียนของการไม่ทิ้งประเทศหลังการสู้รบควรจำและนำไปใช้ในวันนี้ได้อย่างไร
ตอนสงครามเกาหลียุติลงในปี 1953 มีเชลยสงครามชาวเกาหลีใต้ราว 50,000 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ในเกาหลีเหนือ พวกเขาจำนวนมากถูกบังคับใช้แรงงาน บางคนถูกสังหาร ปัจจุบัน ลูก ๆ ของเชลยสงครามเหล่านี้กำลังต่อสู้เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ซูบิน คิม จากบีบีซีภาคภาษาเกาหลี มีรายงาน
ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ลีซึ่งอยู่ในวัย 30 ปีเศษ ก็นึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเพชฌฆาตเหนี่ยวไกปืน 3 นัด สังหารพ่อและพี่ชายของเธอเมื่อ 30 ปีก่อน
เธอจำได้แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงลากตัวเธอไปยังสนามกีฬาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารของเกาหลีเหนือชื่อว่าอาโอจี (Aoji) เธอถูกบังคับให้นั่งอยู่ใต้สะพานไม้ รอคอยอะไรบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ฝูงชนเริ่มมากขึ้น แล้วรถบรรทุกคันหนึ่งก็ถูกลากเข้ามา มีชาย 2 คน ถูกนำตัวออกมาจากรถบรรทุกคันนั้น พวกเขาคือพ่อและพี่ชายของเธอเอง
“พวกเขามัดพ่อกับพี่ชายฉันไว้กับเสา แล้วก็เรียกพ่อกับพี่ชายฉันว่า กบฏของชาติ สายลับ แล้วก็พวกฝ่ายขวา” ลีบอกกับบีบีซีในการให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานนี้ จากนั้นเธอก็เริ่มจำเหตุการณ์ได้ไม่ชัดนัก “ฉันคิดว่า ฉันกำลังกรีดร้องอยู่” เธอเล่า “ขากรรไกรฉันหลุด เพื่อนบ้านต้องพาฉันกลับบ้าน มาแก้อาการขากรรไกรเคลื่อน”
เชลยที่ถูกลืมเลือน
พ่อของลี เป็นหนึ่งในอดีตเชลยสงคราม 50,000 คน ที่ถูกควบคุมตัวไว้ในเกาหลีเหนือหลังจากสงครามเกาหลียุติลง อดีตเชลยเหล่านี้ถูกส่งให้ไปเข้าร่วมกับหน่วยทหารของเกาหลีเหนืออย่างไม่เต็มใจ และถูกบังคับให้ทำงานตามโครงการก่อสร้างต่าง ๆ หรือไม่ก็ทำเหมืองตลอดทั้งชีวิตที่เหลืออยู่
ตอนที่มีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 1953 ทหารเกาหลีใต้นึกว่าจะมีการแลกเปลี่ยนตัวเชลย และพวกเขาจะถูกส่งตัวกลับบ้าน แต่หนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการลงนามนี้ ประธานาธิบดีอี ซึงมัน ของเกาหลีใต้ในขณะนั้น ได้ปล่อยตัวเชลยเกาหลีเหนือกว่า 25,000 คน แต่เพียงฝ่ายเดียว เพื่อทำให้ข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลว เขาต้องการให้กองกำลังสหประชาชาติช่วยให้เขารวมชาติให้อยู่ภายใต้เกาหลีใต้ให้สำเร็จ หลายคนเชื่อว่า การกระทำเช่นนี้ทำให้การส่งตัวเชลยเกาหลีใต้กลับประเทศยากยิ่งขึ้น
เกาหลีเหนือส่งคืนเชลยที่จับตัวไว้เพียงแค่กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
ไม่นานหลังจากนั้น เกาหลีใต้ก็ลืมเชลยสงครามเหล่านี้ นับแต่นั้นเป็นต้นมา มีประธานาธิบดีเกาหลีใต้ 3 คน หารือกับผู้นำเกาหลีเหนือ แต่ก็ไม่เคยยกเรื่องเชลยสงครามมาหารือกันเลย

สล็อตออนไลน์

ในเกาหลีเหนือ ครอบครัวของลีถูกมองว่าเป็นของตกค้าง พ่อของลีเกิดในเกาหลีใต้ และได้ร่วมกับกองกำลังสหประชาชาติสู้รบในสงครามต่อต้านเกาหลีเหนือ นั่นคือรอยด่างของเขา สถานะทางสังคมที่ต่ำต้อยของครอบครัวลี ทำให้พวกเขาถูกผลักไสให้ทำงานที่ต้องใช้แรงงานหนัก แล้วก็ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก พ่อและพี่ชายของลี ทำงานที่เหมืองถ่านหินหลายแห่ง ซึ่งมักจะเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้คนล้มตายเป็นเรื่องปกติ
พ่อของลีฝันว่าจะได้กลับบ้านในสักวันหนึ่ง ตอนที่กลับมารวมประเทศกันอีกครั้ง หลังทำงานเสร็จ เขาจะเล่าให้ลูก ๆ ฟังถึงเรื่องราวสมัยเด็ก บางครั้งเขาก็ยุให้ลูก ๆ หนีไปเกาหลีใต้ เขาบอกกับลูกว่า “จะมีเหรียญที่มอบให้พ่อ แล้วลูกก็จะได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นลูกของวีรบุรุษ”
แต่พี่ชายของลี ได้เผลอหลุดปากเล่าเรื่องที่พ่อพูด ขณะดื่มกับเพื่อน ๆ ในวันหนึ่ง เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มได้แจ้งเรื่องนี้แก่เจ้าหน้าที่ทางการ ภายในเวลาไม่กี่เดือน พ่อและพี่ชายของลีก็ต้องสังเวยชีวิต
ในปี 2004 ลีสามารถหนีมาอยู่เกาหลีใต้ได้ ตอนนั้นเองที่เธอได้ตระหนักถึงความเข้าใจผิดของพ่อ เกาหลีใต้ไม่ได้เห็นเขาเป็นวีรบุรุษ แทบไม่มีการช่วยเหลือเชลยสงครามให้กลับบ้านเลย
ทหารที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเกาหลีเหนือทนทุกข์ทรมาน พวกเขาถูกมองว่าเป็นศัตรูของชาติ เป็นคนที่เคยสู้รบให้กับ “กองทัพหุ่นเชิด” และถูกกำหนดให้มีชนชั้นทางสังคมที่ต่ำที่สุดของเกาหลีเหนือ นั่นก็คือ “ซองบุน” (songbun)
สถานะนี้ถูกส่งต่อกันทางสายเลือด ดังนั้นลูก ๆ ของคนเหล่านี้จะไม่ได้โอกาสได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น หรือเสรีภาพในการเลือกอาชีพการงาน
ชอย เคยเป็นนักเรียนดีเด่น แต่ความฝันของเธอในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะสถานะของพ่อเธอ เธอเคยตวาดใส่พ่อ “พ่อเป็นพวกสวะฝ่ายขวา ทำไมถึงไม่กลับประเทศของพ่อไป”
พ่อของเธอไม่ได้ขึ้นเสียงกลับ แต่กล่าวกับเธออย่างหดหู่ใจว่า ประเทศอ่อนแอเกินกว่าที่จะพาพวกเขากลับประเทศได้ 8 ปีก่อน ชอยทิ้งครอบครัวของเธอและหนีเข้าไปเกาหลีใต้
“พ่อของฉันอยากจะมาที่นี่” เธอกล่าว “ฉันอยากจะมาในที่ที่คนที่ฉันรักที่สุดในชีวิตอยากจะมาแต่มาไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่ฉันทิ้งลูกชาย ลูกสาว และสามี มา”
ตอนนี้ พ่อของชอยเสียชีวิตแล้ว และตามเอกสารในเกาหลีใต้ เธอไม่มีพ่อ เพราะเอกสารทางการระบุว่า พ่อของเธอเสียชีวิตระหว่างร่วมทำสงคราม
นำกระดูกพ่อกลับบ้านเกิด
ซอน เมียง-ฮวา ยังคงจำคำสั่งเสียของพ่อขณะที่นอนอยู่บนเตียงเมื่อ 40 ปีก่อนได้แม่น “ถ้าลูกได้กลับไปเกาหลีใต้ ลูกต้องเอากระดูกของพ่อกลับไปด้วย แล้วฝังพ่อไว้ในที่ที่พ่อเกิด”
พ่อของซอน เป็นทหารเกาหลีใต้ที่มาจากเมืองกิมแฮ ห่างจากเมืองปูซานราว 18 กิโลเมตร ช่วงที่อยู่ในเกาหลีเหนือ เขาถูกบังคับให้ทำงานตามเหมืองถ่านหินหลายแห่ง และโรงงานทำไม้แห่งหนึ่ง เป็นเวลานานหลายสิบปี และได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้เพียง 10 วัน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

jumboslot

เขาบอกกับซอนว่า “การต้องตายที่นี่โดยไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่อีกครั้ง เป็นเรื่องที่ขมขื่นมาก หากได้ถูกฝังที่นั่นคงจะดีนะ”
ซอนแปรพักตร์ในปี 2005 แต่ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีกว่าที่จะนำกระดูกของพ่อออกมาจากเกาหลีเหนือได้ เธอขอให้พี่น้องของเธอช่วยกันขุดศพของพ่อขึ้นมาและส่งให้นายหน้าในจีน จำเป็นต้องใช้กระเป๋าเดินทาง 3 ใบ เพื่อนของซอน 2 คนไปกับเธอด้วย แต่ซอนเป็นผู้ที่ขนหัวกะโหลกของพ่อ
ซอนต่อสู้นานกว่า 1 ปีเพื่อให้มีการยอมรับสถานะของพ่อเธอว่า เป็นทหารที่ไม่ได้รับการนำตัวกลับประเทศ และสุดท้ายเธอก็สามารถนำกระดูกของพ่อไปฝังที่สุสานแห่งชาติได้ในปี 2015
“ฉันคิดว่า ในที่สุดฉันก็ได้ทำหน้าที่ลูกสาวคนหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์” เธอกล่าว “แต่ฉันรู้สึกเศร้ามาก เวลาที่นึกถึงพ่อช่วงที่หมดลมหายใจที่นั่น”
ซอนค้นพบในเวลาต่อมาว่า ครอบครัวของเธอต้องชดใช้เรื่องการขุดศพของพ่อขึ้นมาอย่างแสนสาหัส พี่น้องของเธอในเกาหลีเหนือถูกส่งตัวไปเข้าเรือนจำการเมือง
ปัจจุบัน ซอนเป็นหัวหน้าสมาคมครอบครัวเชลยสงครามเกาหลี (Korean War POW Family Association) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ดีขึ้นต่อครอบครัวของทหารเกาหลีใต้ที่ไม่ได้กลับมาบ้าน 110 ครอบครัว
จากการตรวจสารพันธุกรรม ซอนสามารถพิสูจน์ได้ว่า เธอเป็นลูกสาวของพ่อเธอจริง ๆ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญสำหรับเธอมาก ในการยื่นคำร้องของรับเงินเดือนที่ยังไม่ได้รับของพ่อจากทางการเกาหลีใต้ แม้ว่าเชลยสงครามเหล่านี้จะสามารถหนีกลับมาเกาหลีใต้ได้ ลูก ๆ ของพวกเขาก็ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ และเชลยที่ติดอยู่ในเกาหลีเหนือจำนวนมากก็ถูกระบุว่าเสียชีวิตแล้ว หรือถูกปลดประจำการระหว่างสงคราม หรือไม่ก็สูญหาย
มีเชลยสงครามเพียงไม่กี่คนที่สามารถหลบหนีกลับเข้าไปในเกาหลีใต้ได้รับเงินเดือนที่ยังไม่ได้ในส่วนนี้ และเชลยที่เสียชีวิตระหว่างการถูกควบคุมตัวในเกาหลีเหนือ ก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยใด ๆ
เมื่อเดือน ม.ค. ซอนและทนายความได้ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ครอบครัวของนักโทษสงครามที่เสียชีวิตในเกาหลีเหนือได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและ รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเพื่อนำตัวพวกเขากลับประเทศ และให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อเชลยที่ไม่เคยได้กลับเข้ามาในเกาหลีใต้
“เราเศร้าใจที่เกิดเป็นลูกของเชลย และยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากไปอีกเมื่อถูกเพิกเฉย แม้กระทั่งในช่วงที่เข้ามาในเกาหลีใต้แล้ว” ซอนกล่าว
“ถ้าเราไม่สามารถกอบกู้เกียรติยศของพ่อพวกเรากลับคืนมาได้ ชีวิตที่อดสูของเชลยสงครามและลูกของพวกเขาก็คงจะถูกลืมเลือนไปจนหมด”
ชื่อบางชื่อเป็นชื่อสมมุติเพื่อความปลอดภัยของเจ้าของเรื่อง ภาพวาดโดยเดวีส์ ซูร์ยา
หากยังไม่นำมาซึ่งการปลดล็อก ที่เกาหลีเหนือต้องการอย่างยิ่ง เพื่อให้หลุดพ้นจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเสียก่อน นอกจากนั้น นโยบายการทูตนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ ยังตกลงกันไม่ได้ในประเด็นผ่อนคลายการคว่ำบาตร นำโดยสหรัฐกับเกาหลีเหนือ แลกกับการเคลื่อนไหวเพื่อปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ นักวิเคราะห์มองว่า เกาหลีเหนือพยายามใช้ความปรารถนาแรงกล้าของผู้นำเกาหลีใต้ ที่ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์สองเกาหลี กดดันเกาหลีใต้ให้หลุดออกมา จากการยอมอ่อนข้อให้กับรัฐบาลสหรัฐ
สงครามเกาหลี 1950-53 (พ.ศ.2493-96) ซึ่งเกาหลีเหนือและพันธมิตรอย่างจีนได้เผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ และกองกำลังสหประชาชาตินำโดยสหรัฐ จบลงด้วยสนธิสัญญาสงบศึก แต่ไม่เคยเกิดสนธิสัญญาสันติภาพ

slot

ในคำแถลงของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาตินั้น เขาเรียกร้องให้ประกาศยุติสงครามเกาหลี เนื่องจากหวังว่าจะช่วยรื้อฟื้นการเจรจาขึ้นมาโดยเร็ว ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ แล้วการประกาศยุติสงครามจากผู้นำสองเกาหลี สหรัฐ และจีนจะช่วยให้บังเกิดเขตปลอดนิวเคลียร์ และสันติภาพที่ยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี