ป้อมปราการฮวาซอง

ป้อมปราการฮวาซอง

jumbo jili

สำหรับงวดต่อไปในซีรีส์มรดกโลกขององค์การยูเนสโก สมาคมเอเชียได้เดินทางไปยังป้อมปราการฮวาซองในเมืองซูวอน ซึ่งเป็นเขตเทศบาลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีรองจากโซล ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Suwon เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นบ้านของ Samsung ที่มีการพัฒนาและทดสอบโทรศัพท์มือถือ Galaxy และเทคโนโลยีอื่นๆ ในอดีต Hwaseong เป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบเพียงแห่งเดียวในเกาหลีที่สร้างโดย King Jeongjo ในปลายศตวรรษที่ 18 มีเหตุผลสามประการในการสร้างป้อมปราการ: เพื่อปกป้องเมืองจากการถูกโจมตี เพื่อสร้างศูนย์กลางทางการเมืองใหม่ และเพื่อปกป้องหลุมฝังศพของเจ้าชายซาโดะในตำนาน ในปีพ.ศ. 2506 รัฐบาลเกาหลีได้กำหนดให้สถานที่นี้เป็นสมบัติของชาติ และได้รับสถานะเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2540

สล็อต

เมื่อสร้าง Hwaseong ได้จัดแสดงสุดยอดการก่อสร้างทางทหารในศตวรรษที่ 18 โดยผสมผสานแนวคิดจากยุโรปและเอเชียตะวันออก คุณลักษณะการป้องกันที่เป็นเอกลักษณ์ของกำแพง ได้แก่ ประตูระบายน้ำ หอสังเกตการณ์ เสาบัญชาการ หอสัญญาณ และบังเกอร์ลับ หอสังเกตการณ์สามแห่งในขั้นต้นปกป้องป้อมปราการ โดยแต่ละหลังสูงสามชั้นมีศาลาไม้อยู่ด้านบน ควันและไฟจากปล่องไฟบนหอคอยส่งข้อความถึงชาวเมือง จำนวนสัญญาณบ่งบอกถึงความหมายพิเศษ หนึ่งเพื่อสันติภาพ สองสำหรับการมองเห็นศัตรู สามสำหรับศัตรูที่กำลังใกล้ สี่ถ้าศัตรูเข้ามาในเมือง และห้าสัญญาณหมายความว่าการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น
ฮวาซองแตกต่างจากป้อมปราการอื่นๆ ที่พบในเอเชีย โดยเป็นที่ตั้งของสถานที่เชิงพาณิชย์ การเมือง และการทหาร โครงสร้างที่วางแผนไว้อย่างรอบคอบนี้ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดเพื่อรวมลักษณะที่อยู่อาศัยและการป้องกันเข้าด้วยกัน มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาในอนาคตของสถาปัตยกรรมเกาหลี การจัดสวน และการวางผังเมือง แม้จะประสบความเสียหายอย่างกว้างขวางในช่วงยุคอาณานิคมของญี่ปุ่นและสงครามเกาหลี แต่ความคิดริเริ่มในการฟื้นฟูระหว่างปี 1975 และ 1979 ช่วยให้ Hwaseong และกำแพงห้ากิโลเมตรกลับคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต
ป้อมฮวาซอง Hwaseong Fortress และกำแพงเมือง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพื่อเป็นรากฐานสำหรับการสร้างเมืองใหม่ในบริเวณนี้ สร้างขึ้นด้วยหิน และอิฐเผา ในยุคของ อาณาจักรโชซอน สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ. 1794 – 1796 โดยพระเจ้าจองโจ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 22 แห่งราชอาณาจักรโชซ็อน
นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่ประทับและ เป็นที่ฝังพระศพขององค์ชายรัชทายาทจังฮอน (องค์ชายซาโด) ที่ถูกพระอัยกาของพระองค์ (พระเจ้ายองโจ) ลงโทษโดยการขังองค์ชายไว้ในถังข้าวและให้อดข้าวอดน้ำ พอผ่านไป 7 วันจึงสิ้นพระชนม์ภายในถังข้าว
กำแพง ป้อมฮวาซอง มีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร มีป้อมปราการ หรือประตูเมือง ทั้งหมด 4 ทิศ ประกอบด้วยเชิงเทิน 48 หลัง และมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่และงดงาม น่าเสียดายที่บางส่วนถูกทำลายไปในช่วงสงครามเกาหลี
เชิงเทิน : ป้อมบนกำแพงเมือง เป็นพื้นที่สำหรับทหารรักษาการณ์ เฝ้าระวัง สังเกตการณ์ และที่ใช้ในการ หย่อนหิน โยนลูกไฟ เทน้ำมันร้อน หรือยิงธนูใส่ศัตรูที่อยู่ด้านล่าง
ในปี ค.ศ.1997 องค์การยูเนสโกได้สถาปนา ป้อมฮวาชอง (Hwaseong Fortress) เป็นมรดกวัฒนธรรมโลก เป็นอีกหนึ่งของมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก
บริษัททัวร์ จะพานักท่องเที่ยวมาที่ Changnyongmun Gate (창룡문) ประตูเมืองทางทิศตะวันออก จุดนี้จะมีสถานที่ท่องเที่ยว อื่นๆ อีกเช่น ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว (Yeonmundae Tourist information Center), สนามยิงธนู หนึ่งในกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว, Hwaseong Royal Car จุดขึ้นรถชมเมือง, Velo Taxi แท๊กซี่จักรยานไฟฟ้าชมเมือง, Flying Suwon ขึ้นบอลลูนชมเมือง, ร้านคาเฟ่ และห้องน้ำ ก็อยู่ในบริเวณนี้เช่นกัน
ป้อมปราการฮวาซอง (Hwaseong Fortress, 수원 화성) เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ตั้งแต่สมัยยุคโจซอน (Joseon) สร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1794 – 1796 เป็นป้อมปราการประจำเขต Suwon-si ของจังหวัดเคียงกีโด (Gyeonggi-do) เพื่อเป็นกำแพงเมืองสำหรับการสร้างเมืองใหม่ในบริเวณนี้ กำแพงของป้อมมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร มีประตูทางเข้าทั้ง 4 ทิศ และมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่และงดงามมาก รวมทั้งศาลาที่ชื่อว่า Hwahongmun ด้วย

สล็อตออนไลน์

กำแพงป้อมปราการแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐ โดยมีการเจาะรูขนาดที่พอดี สำหรับใช้ยิงปืนใหญ่ โดยเชื่อกันว่ามีการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยมากที่สุดของยุคนั้น และที่นี่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ. 1997 โดย ยูเนสโก้ อีกด้วย
ถึงแม้ว่าจะเคยผ่านการสู้รบ และถูกทำลายจากสงคราม ไปหลายส่วนแล้วก็ตาม แต่ก็ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ตามรูปแบบดั้งเดิม ในบริเวณป้อมจะมีการแสดงที่หลากหลาย เช่นการเดินสวนสนามของทหารโบราณ การเต้นรำ เป็นต้น
Hwaseong Fortress (수원 화성) เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1794 ถึงปี ค.ศ. 1796 โดยพระดำริของจองโจ (King Jeongjo) ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งอาณาจักรโชซอน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อพระบิดาของพระองค์ และเพื่อการบุกเบิกเมืองแห่งใหม่ อันนำไปสู่การเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และการมีอำนาจทางเศรษฐกิจให้แก่ราชวงศ์
ป้อมปราการแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเมืองซูวอน (Suwon), จังหวัดคยองกี (คยองกีโด, Gyeonggi-do), ประเทศเกาหลีใต้ กำแพงของป้อมปราการนั้น มีความยาวรวม 5.52 กม. ซึ่งได้รับการออกแบบ เพื่อการปกป้องเมือง และอำนวยความสะดวกทางการทหาร ได้แก่ รูระหว่างก้อนอิฐนั้น มีขนาดใหญ่พอที่จะยิงปืนลูกศร หรือหอกยาวผ่านได้ ในกรณีที่มีการโจมตี รวมไปถึงประตูของป้อมปราการ ซึ่งหันหน้าไปยัง 4 ทิศ ได้แก่
ประตูชังอันมุน (Janganmun Gate, 장안문) เป็นประตูเหนือของป้อม และทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลัก ของกษัตริย์ที่เสด็จพระราชดำเนิน มาจากเมืองหลวงฮันยาง (กรุงโซล (Seoul) ในปัจจุบัน)
ประตูพัลดัลมุน (Paldalmun, 팔달문) อยู่ทางทิศใต้ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองที่วุ่นวาย และแยกออกจากประตูอื่นๆ ด้วยเหตุผลของ การขยายขอบเขตทางการค้าขาย
สำหรับประตูชังนยงมุน (Changnyongmun, 창룡문) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก และประตูฮวาซอมุน (Hwaseomun, 화서문) ที่อยู่ทางทิศตะวันตกนั้น มีรูปแบบ และลักษณะทางสถาปัตกยกรรมแบบเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีประตูน้ำที่เรียกว่า ฮวาฮงมุน (Hwahongmun Gate, 화홍문) อยู่บนกำแพงทางทิศเหนือ เพื่อให้แม่น้ำซูวอนไหลผ่านป้อมฮวาซอง จากทางเหนือไปทางทิศใต้ ลักษณะของประตู ที่ถูกออกแบบเป็นช่องโค้ง 7 ช่อง ซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน ในการควบคุมการไหลของน้ำให้ง่ายขึ้น

jumboslot

ป้อมปราการที่ถูกกำหนดให้เป็น โบราณสถานหมายเลข 3 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1963 และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม ขององค์กรยูเนสโก ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1997
นอกจากสามารถเดินเล่นเยี่ยมชมป้อมแล้ว ในทุกวันอาทิตย์ของ เดือนมีนาคม-พฤศจิกายน เวลาประมาณ 14.00 น. จะมีพิธีผลัดเปลี่ยนทหารรักษาพระองค์ และขบวนพระราชพิธีเยี่ยมสุสานของพระเจ้าจองโจ
พิธีดังกล่าวนี้มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1789 เป็นพิธีเยี่ยมชมสุสาน ที่เคยจัดขึ้นทุกปีในเดือนมกราคม หรือกุมภาพันธ์ ขบวนพิธีมีจำนวนคนมากกว่า 3,000 คน โดยร่วมกับข้าราชบริพาร รวมไปถึงพิธีในวโรกาสต่างๆ พร้อมกับเป็นโอกาสในการพบปะ เพื่อรับฟังสารทุกข์สุกดิบจากประชาชน
นอกจากนี้ยังมีการแสดง และกิจกรรมหลากหลาย ที่ป้อมปราการทุกวัน รวมไปถึงเทศกาลวัฒนธรรมซูวอนฮวาซอง (Suwon Hwaseong Cultural Festival ) ซึ่งจะจัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปีอีกด้วย
ป้อมปราการฮวาซอง(Hwaseong Fortress, 수원 화성)เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ตั้งแต่ยุคโจซอน(Joseon)สร้างขึ้นช่วงปีค.ศ. 1794-1796 เป็นป้อมปราการประจำเขต Suwon-si ของจังหวัดเคียงกีโด(Gyeonggi-do) เพื่อเป็นรากฐานสำหรับการสร้างเมืองใหม่ในบริเวณนี้ กำแพงของป้อมปราการมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร มีประตู 4 ประตูในแต่ละทิศ และมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่และงดงาม รวมทั้งศาลาที่ชื่อว่า Hwahongmun ด้วย
ป้อมปราการฮวาซองถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐโดยจะมีรูขนาดที่พอดีสำหรับใช้เป็นจุดยิงปืน หรือธนูได้ เชื่อกันว่าเป็นการสร้างที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุคนั้น และที่นี่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านประวัติศาสตร์เมื่อปีค.ศ. 1997 ด้วย ถึงแม้ว่าจะเคยผ่านการสู้รบและถูกทำลายไปหลายส่วนแต่ก็มีการบรูณะขึ้นใหม่ตามรูปแบบดั้งเดิม ปัจจุบันจะมีการแสดงหลายแบบที่บริเวณนี้ เช่นการเดินสวนสนามของทหารสมัยโบราณ เป็นต้น
ป้อมฮวาซองตั้งอยู่ในซูวอนเกียงกิโดเป็นซากที่เหลืออยู่ของประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของประเทศซึ่งแสดงถึงราชวงศ์โชซอนแห่งศตวรรษที่ 18 สร้างขึ้นโดย King Jeongjo (กษัตริย์องค์ที่ 22 ของ Joseon) ในปี 1796 ในความพยายามที่จะทำให้ซูวอนเป็นเมืองหลวงที่สองและเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อของเขาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช Jangheon เขาสั่งให้ย้ายที่ตั้งของหลุมฝังศพของพ่อ ทรัพยากรของประเทศ

slot

ป้อม Suwon Hwaseong ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการใหม่ทั้งหมดทำให้ไม่เหมือนป้อมปราการอื่น ๆ ในเกาหลี วิธีการก่อสร้างที่ใช้ครอบคลุมจุดแข็งขององค์ประกอบทั้งเอเชียและตะวันตกเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ป้อมปราการถูกสร้างขึ้นให้มีความกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบทำให้เกิดความได้เปรียบทางธรณีวิทยาในการป้องกันเชิงกลยุทธ์แทนที่จะทำลายมัน ป้อมปราการเป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคนั้น ด้วยสิ่งนี้นอกเหนือจากรูปแบบที่สวยงามและสิ่งอำนวยความสะดวกในการป้องกันแบบไดนามิกแล้ว UNESCO ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นป้อมฮวาซองในรายการมรดกทางวัฒนธรรมของโลกในปี 1997