ประวัติอันยาวนานของชองเยชอน

ประวัติอันยาวนานของชองเยชอน

jumbo jili

เพียงไม่กี่ร้อยหลาจากสำนักงาน Asia Society Korea Center ก็เป็นพื้นที่นันทนาการสาธารณะที่ทันสมัยและโดดเด่นที่สุดของกรุงโซล ชองเยชอน ชองเยชอนเป็นลำธารที่ได้รับการฟื้นฟูเป็นระยะทาง 11 กม. ซึ่งเริ่มต้นในใจกลางตัวเมืองโซล และไหลผ่านย่านใกล้เคียงของจองโนและทงแดมุน ก่อนที่มันจะไหลลงสู่แม่น้ำฮันกัง ในแต่ละสัปดาห์ผู้คนกว่า 500,000 คนเดินไปตามลำธาร และได้กลายเป็นบ้านของเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะเทศกาลโคมไฟกรุงโซล ไปไกลกว่าชีวิตในฐานะสถานที่ท่องเที่ยว และจะเปิดเผยประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของชองเยชอน ที่ได้เห็นเกาหลีเปลี่ยนแปลงโดยตรง

สล็อต

เมืองโซลเติบโตรอบๆ ลำธาร Cheongyecheon ซึ่งได้รับอาหารจากแม่น้ำสาขาจากภูเขาโดยรอบ เนื่องจากสภาพอากาศของเกาหลี ลำธารมักจะแห้งในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ แต่จะท่วมหลังจากฝนตกหนักในฤดูร้อน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1406 กษัตริย์เซจองทรงเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์เกาหลี ได้สานต่อพระราชบิดาของพระองค์ แทจง ในการขยายและขยายทางน้ำเพื่อปกป้องเมืองจากอุทกภัยครั้งนี้ ลำธารแบ่งส่วนเหนือและใต้ของเมือง ดังนั้น สะพานหินจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมสองฝั่งเข้าด้วยกัน เมื่อมาถึงจุดนี้ กษัตริย์เซจองจึงตัดสินใจฟังคำแนะนำของที่ปรึกษาของพระองค์และเปลี่ยนกระแสน้ำให้เป็นท่อระบายน้ำที่จะทำหน้าที่ระบายของเสียของเมือง ซึ่งทำได้สำเร็จมานานกว่า 500 ปีของราชวงศ์โชซอน
เมื่อถึงเวลาที่ญี่ปุ่นผนวกเกาหลีเข้ายึดครองในปี พ.ศ. 2453 กระแสน้ำได้เสื่อมโทรมลงเป็นลำห้วยที่มีมลพิษเนื่องจากจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและขาดการดูแล ชาวญี่ปุ่นเป็นคนแรกที่ตั้งชื่อให้กระแสน้ำที่เรารู้จักในชื่อ Cheongyecheon และเริ่มดำเนินการตามแผนเพื่อใช้ลำธารและแม่น้ำสาขาเป็นระบบท่อระบายน้ำที่ทันสมัย กับการล่มสลายของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แผนงานนี้ไม่เสร็จสมบูรณ์ ลำธารแห่งนี้กลับเข้าสู่สภาวะซ่อมแซมอีกครั้ง เนื่องจากผู้ลี้ภัยจำนวนมากตั้งรกรากอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหลังสงครามเกาหลี พื้นที่ทั้งหมดของชองเยชอนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความยากลำบากและความยากจนหลังจากหลายปีของการล่าอาณานิคมและสงคราม
ภายใต้รัฐบาลพัคชุงฮี เกาหลีประสบกับการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ จากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การมุ่งเน้นใหม่บนเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก ท่อระบายน้ำเสียของชองเยชอนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนานี้ ดังนั้นพัคจึงมีลำธารที่ปกคลุมไปด้วยคอนกรีตสำหรับถนน และในปี 1968 ทางหลวงยกระดับได้ถูกสร้างขึ้นเหนือมัน แทนที่กระท่อมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัย มีการสร้างร้านค้าทันสมัยและศูนย์อุตสาหกรรม โครงการพัฒนาขื้นใหม่ครั้งใหญ่ของชองเยชอนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจหลังสงครามของเกาหลี ซึ่งมักถูกขนานนามว่าเป็น “ปาฏิหาริย์แห่งแม่น้ำฮัน”
หลังจากสี่ทศวรรษของการถูกปกคลุมด้วยคอนกรีต ในที่สุด Cheongyecheon ก็ลงมือในการเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไป พื้นที่อุตสาหกรรมรอบๆ ถนนเริ่มทรุดโทรมและล้าสมัย ในขณะที่ทางหลวงยกระดับมีความหมายเหมือนกันกับการจราจรติดขัดและมลพิษ แม้ว่ากรุงโซลสมัยใหม่จะพัฒนาเป็นเมืองเล็กๆ ที่สะอาดสะอ้านและมีชีวิตชีวา แต่ย่านชองเยชอนก็ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงและเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงโซล ดังนั้น เมื่อลีเมียงบักกลายเป็นกรุงโซลในปี 2544 เขายังคงรักษาคำมั่นในการหาเสียงในการเลือกตั้งว่าจะรื้อทางหลวงและคอนกรีตและฟื้นฟูลำธาร โครงการมูลค่า 281 ล้านดอลลาร์เสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 และพื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญของชีวิตในกรุงโซล ปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมากขึ้น ทำให้พื้นที่เย็นลงในฤดูร้อน ลดปริมาณการจราจรในตัวเมืองโซล
สำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินไปตาม Cheongyecheon โดยไม่รู้ถึงประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง ยังคงมองเห็นสิ่งเตือนใจถึงอดีตผ่านการอนุรักษ์สะพานประวัติศาสตร์และทางหลวงที่ทอดยาวไปตามลำธารซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจของเกาหลี นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ชองเยชอนซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมาจังและเปิดในปี 2549 เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมได้เห็นอดีตของลำธาร
เมื่อเอ่ยถึงโปรเจ็กต์การพัฒนาพื้นที่สาธารณะที่เป็นต้นแบบระดับโลก แน่นอนว่าต้องมีชื่อของ คลองชองกเยชอน ( Cheonggyecheon ) ผลงานชิ้นเอกของ อี มย็อง-บัก (Lee Myung-bak) ผู้ว่าราชการกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ซึ่งฝากผลงานการพัฒนาคลองน้ำเสื่อมโทรมให้กลายเป็นคลองสวยน้ำใส และเป็นพื้นที่แบ่งปันสำหรับคนเมืองหลวง และปฏิเสธไม่ได้ว่าจากโปรเจกต์คลองชองกเยชอนนี่เองที่ส่งให้อีมย็อง-บัก ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในเวลาต่อมา พร้อมส่งต่อแผนการพัฒนาเมืองและคลองชองกเยชอนให้ผู้ว่าฯ คนต่อมา นั่นก็คือ ปัก วอนซุน (Park Won-soon) ซึ่งไม่นานหลังจากรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ สมัยที่สอง ปักวอนซุนก็พัฒนาจากคลองสู่โครงการต่อเนื่อง “โซล เมืองแห่งการแบ่งปัน”ด้วยการไม่ทิ้งวิสัยทัศน์ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าใหม่ๆ สร้างพื้นที่สาธารณะให้เพิ่มขึ้น และสร้างความรู้สึกผูกพันกันเป็นชุมชนในหมู่คนเมืองใหญ่
สำหรับ คลองชองกเยชอน มีความยาวทั้งสิ้น 11 กิโลเมตร ทอดยาวผ่านสะพาน 22 แห่ง ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำฮันกัง คลองแห่งนี้แม้จะถูกพัฒนาให้ดูโมเดิร์นแต่ความจริงแล้ว คลองชองกเยชอนเป็นคลองน้ำโบราณที่มีมานานก่อนสมัยราชวงศ์โชซอน (Joseon Dynasty ค.ศ.1392-1910)
หลังจากสิ้นสุดสงครามแบ่งแยกเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ (ระหว่างปี ค.ศ. 1950-1953) เกาหลีใต้ก็เริ่มแผนฟื้นฟูประเทศและการพัฒนาเมืองหลวงก็เป็นหนึ่งในแผนเร่งด่วนนั้น โดยมีคลองชองกเยชอนเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพียงความสวยงามของเมือง ทว่ายังเพื่อเอื้้อประโยชน์แก่คุณภาพชีวิตของชาวเมืองหลวงกรุงโซล เป็นทั้งสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และใช้สอยต่างๆ
การพัฒนา คลองชองกเยชอน เริ่มดำเนินการเมื่อปี ค.ศ. 2003 ผู้รับผิดชอบคือ รัฐบาลท้องถิ่นเขตปกครองพิเศษกรุงโซล นำแนวคิดการออกแบบพื้นที่สาธารณะในชุมชนเมือง ชูความเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ตลอดสองฝั่งคลอง ที่สำคัญคือมีการบำบัดน้ำเสียที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนานให้เป็นน้ำใสได้จริงและใสสะอาดมายาวนานถึงปัจจุบัน รวมทั้งยังได้สร้างทางเดินขนาดใหญ่รองรับประชากรทุกวัย มีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อผู้พิการและผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเอื้อต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะและวัฒนธรรม มีกิจกรรมสอดรับกับการสืบสานศิลปวัฒนธรรมตลอดเส้นทาง

สล็อตออนไลน์

เมืองแห่งการแบ่งปัน ไม่ได้ทำเพียงแค่การออกแบบคลองหลักกลางเมือง แต่ทางเทศบาลต่างๆ ในกรุงโซล ยังส่งเสริมการแบ่งปันพื้นที่สาธารณะทั้งหมด เช่น เปิดอาคารบางส่วนให้ประชาชนใช้นอกเวลาทำการ ขยายเวลาให้บริการสถานที่สาธารณะบางแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรีศิลปะ และจัดงานเทศกาลที่เป็นงานแฟร์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม ตั้งแต่บริเวณหน้าชองกเยพลาซา (Cheonggye Plaza) ไปจนถึงสะพานชางทงกโย (Jangtong Bridge Area) และอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับแลนด์มาร์กยุคใหม่ของกรุงโซล อย่าง ทงแดมุน ดีไซน์ พลาซา (DDP) ที่เป็นอาคารอเนกประสงค์ สถาปัตยกรรมโดดเด่นยุคใหม่ ออกแบบโดย ซาฮา ฮาดิดสถาปนิกระดับโลก ผสมผสานพื้นที่ศิลปะและชอปปิงมอลล์
ต่อยอดจากการพัฒนาคลอง รัฐบาลกรุงโซลยังได้สร้าง พิพิธภัณฑ์ชองกเยชอน (Cheonggyecheon Museum) บันทึกประวัติความเป็นมาของพื้นที่รวมถึงขั้นตอนการพัฒนาคลองน้ำเน่าเป็นพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตคนเมือง พิพิธภัณฑ์ชองกเยชอน เปิดให้สาธารณชนเข้าชมเมื่อปี ค.ศ. 2005
นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนของคนเกาหลี คลองชองกเยชอน ยังเป็นหมุดหมายด้านท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่มาตามรอยฉากโรแมนติกในซีรีส์เกาหลีฮิตๆ ตั้งแต่ยุคแรก โดยเฉพาะฉากจีบกันของนางเอกและพระเอก Lovers in Prague (แสดงโดย จอนโดยอนและคิมจูฮยอก) ออกอากาศครั้งแรกในเกาหลี ค.ศ.2005
คลองชองเกชอน(ฮันกึล: 청계천) เป็นคลองโบราณที่มีอายุกว่า 600 ปีในสมัยราชวงศ์โชซอน ความยาวประมาณ 5.84 กม. ไหลแห่งนี้ผ่านย่านใจกลางกรุงโซล แต่ในช่วงค.ศ. 1957-ค.ศ. 1977 คลองชองกเยชอนก็เริ่มเน่าเสียและตื้นเขิน เต็มไปด้วยชุมชนแออัด รัฐบาลเกาหลีได้มีการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง จึงมีคำสั่งให้ถมคลองแห่งนี้ ทำให้คลองถูกถมลงเป็นถนนและทางด่วน โลกไม่หยุดพัฒนาเพียงเท่านั้นสังเกตุได้จากการเกิดตึกสูงมากมาย
กระทั่งปีค.ศ. 2002 ผู้ว่าการกรุงโซล โดยนายลี มยองปาก เขาได้เสนอโครงการฟื้นฟูคลองชองกเยชอน ซึ่งการเสนอโครงการครั้งนี้มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่อต้านจำนวนมาก จนต้องมีการประชุมหารือร่วมกันมากกว่า 2,000 ครั้ง แต่ท้ายสุดโครงการก็เริ่มขึ้นได้ด้วยดีในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2003 โดยเริ่มทุบทางด่วน และรื้อถนนโดยรอบมากมายจากที่รัฐบาลชุดก่อนได้สร้างไว้ จนแล้วเสร็จในปีค.ศ. 2005 มีพิธีเปิดใช้จริงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2005 ใช้งบประมาณกว่า 3 แสนล้านวอน หรือราวๆ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมกับฟื้นฟูธรรมชาติทั้งสองฝั่งคลอง ขุดท่อผันน้ำจากแม่น้ำฮันเข้ามาที่ต้นคลอง มีการสร้างน้ำพุตลอดแนว และมีน้ำตกเป็นแนวกั้นน้ำฝน ทางเดินเลียบคลอง และมีสะพานถึง 22 แห่ง จนปัจจุบันคลองชองกเยชอนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกาหลี และ ทัวร์เกาหลีที่สำคัญมากในกรุงโซล และเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวยิ่งในยามราตรีจะติดไฟประดับข้างทาง สวยงาม น่าชม น่ามอง ไม่เหลือความเป็นคลองในอดีตเลย

jumboslot

ชองกเยชอน (Cheonggyecheon, 청계천) เป็นลำธารที่ไหลผ่านใจกลางกรุงโซล (Seoul) (Seoul) ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ทันสมัย และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เมื่อมาเยือนยังกรุงโซล (Seoul) ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคยองกี (คยองกีโด, Gyeonggi-do) ในประเทศเกาหลีใต้
ลำธารแห่งนี้มีความยาว 8.4 กิโลเมตร หรือ 5.2 ไมล์ มีจุดเริ่มต้นจากชองกเยพลาซ่า (Cheonggye Plaza) และไหลผ่านในใจกลางกรุงโซล (Seoul) (Seoul) จากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก และไปบรรจบกับลำธารชุงนังชอน (Jungnangcheon, 중랑천) ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำฮัน (Hangang River) และไหลลงสู่ทะเลเหลืองในลำดับต่อไป
ลำธารแห่งนี้เป็นลำธารธรรมชาติ ที่มีชื่อดั้งเดิมคือ ลำธารแคชอน (Gaecheon, 개천) ซึ่งเป็นระบบระบายน้ำที่สำคัญของเมือง โดยเริ่มต้นจากรัชสมัยของ กษัตริย์แทจง (Taejong of Joseon, 태종; ค.ศ. 1367 – ค.ศ. 1422) ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์โชซอน ได้ดำเนินการเกี่ยวกับลำธาร ด้วยการขุดลอกและการสร้างสะพาน ในทุกๆ 2-3 ปี ในระหว่างภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ลำธารถูกเปลี่ยนชื่อเป็น คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Stream) และใช้ชื่อนี้มาจวบจนถึงปัจจุบัน หลังสงครามเกาหลี (ค.ศ. 1950 – ค.ศ. 1953) ผู้คนจำนวนมากอพยพเข้ามาในกรุงโซล (Seoul) (Seoul) เพื่อทำมาหากิน และตั้งหลักแหล่ง ในหลายเขตพื้นที่ของเมือง
รวมไปถึงตลอดแนวลำธารของ คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Stream) ซึ่งมีการสร้างที่อยู่อาศัยของผู้อพยพ ด้วยการสร้างบ้านพักชั่วคราวที่ทำจากไม้ ซึ่งเรียกว่า พันจัสจิบ (Panjasjib, 판잣집) ซึ่งหมายถึง กระท่อม (Shack) และส่งผลให้ลำธารแห่งนี้ อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมในเวลาต่อมา

slot

ศูนย์ประสบการณ์กระท่อมชองกเยชอน
คุณสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่จำลองอาคารบ้านเรือนในอดีต ที่เคยอยู่ริมสองฝั่งของลำธาร ได้ที่ศูนย์ประสบการณ์กระท่อมชองกเยชอน (Cheonggyecheon Shack Experience Center) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจาก พิพิธภัณฑ์คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon Museum)