ซีรีส์มรดกโลก: สมาคมมรดกเกาหลี

ซีรีส์มรดกโลก: สมาคมมรดกเกาหลี

jumbo jili

มรดกและวัฒนธรรมของเกาหลีเป็นพื้นที่ที่ Asia Society Korea ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในบทสัมภาษณ์ของเรา เราได้พูดคุยกับคุณ Ha-kyung Choi ประธานสมาคมมรดกแห่งเกาหลี องค์กรพัฒนาเอกชนที่เน้นภาษาเกาหลี ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และคติชนวิทยา คุณชอยยังอาสาเป็นมัคคุเทศก์ที่พระราชวังชางด็อกกุงและศาลเจ้าจองเมียว ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราได้แสดงตัวอย่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการมรดกโลกของเรา

สล็อต

มีเหตุผลใดบ้างที่คุณต้องการตั้งสมาคมมรดกเกาหลี
หลังจากทำงานรับใช้ให้กับ Hyundai Business Group มา 30 ปี ฉันก็ตัดสินใจว่าขั้นตอนต่อไปในชีวิตของฉันจะเกี่ยวข้องกับการไล่ตามความชอบส่วนตัวของฉันและมีส่วนสนับสนุนสังคมเกาหลีด้วยการก่อตั้งสมาคมมรดกแห่งเกาหลี ความกระหายในขนบธรรมเนียมประเพณีของเกาหลีเพิ่มขึ้นหลังจากการศึกษาสามปีที่สถาบันวัฒนธรรมพื้นบ้านเกาหลีซึ่งดำเนินการโดยพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี ในช่วงเวลานั้น ความสนใจในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทำให้ฉันอุทิศเวลาให้กับการศึกษา อนุรักษ์ และเผยแพร่วัฒนธรรมและมรดกของเกาหลีสู่คนรุ่นหลัง ฉันคิดว่ามันสำคัญที่จะเน้นเกาหลีให้กับผู้คนจากทั่วโลกในฐานะสมาชิกของหมู่บ้านเดียวกันทั่วโลก นั่นคือเหตุผลที่ฉันก่อตั้งสมาคมมรดกเกาหลีขึ้นในปี 2008
สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลีหรือต่างชาติ?
ขณะนี้ เรากำลังดำเนินการระบบสมาชิกสองประเภทที่แตกต่างกัน ชุมชนออนไลน์ของเราเกี่ยวข้องกับ Daum Café และ Facebook และปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 800 คน ทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติ สมาชิกออฟไลน์ของเราจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี และสมาชิก 100 คนเป็นชาวเกาหลีเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เราจะเปิดให้สมาชิกออฟไลน์สำหรับชาวต่างชาติ เนื่องจากเราได้แก้ไขนโยบายไปเมื่อเร็วๆ นี้ ดังที่กล่าวไปแล้ว เราเป็นเจ้าภาพเก้าโปรแกรมในปี 2560 สำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีภายใต้การอุปถัมภ์ของรัฐบาลกรุงโซล ผู้ที่เข้าร่วมมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมและมรดกของเกาหลี ปีหน้าเชื่อว่าจำนวนชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับสังคมของเราจะเพิ่มมากขึ้น
มรดกของเกาหลีสูญหายไปมากเพียงใดจากการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างรวดเร็ว?
แหล่งมรดก ทรัพย์สิน และสิ่งของที่เป็นมรดกของเกาหลีจำนวนนับไม่ถ้วนได้สูญหาย เสียหาย และถูกขโมยไปในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น สงครามเกาหลี และความทันสมัย หลายปีที่ผ่านมา มรดกแห่งชาติจำนวนมหาศาลถูกนำออกจากเกาหลีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ไปยังญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ในช่วงสงครามเกาหลี สิ่งของที่เป็นมรดกจำนวนมากได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ระหว่างการสู้รบ การพัฒนาล่าสุดของเกาหลีมีส่วนทำให้สูญเสียมรดกเช่นกัน ตัวอย่างเช่น กำแพงเมืองที่ล้อมรอบกรุงโซลถูกทำลาย
คุณคิดว่ารัฐบาลเกาหลีไม่เพียงพอที่จะรักษามรดกเกาหลีหรือไม่?
ทุกวันนี้ รัฐบาลโดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา กำลังเพิ่มความพยายามในการรักษาและปกป้องสถานที่และสิ่งของที่เป็นมรดกของเกาหลี เงินได้รับการจัดสรรสำหรับการอนุรักษ์นี้และ Korea Heritage Administration ได้รับการยอมรับและยอมรับว่าเป็นองค์กรที่สำคัญในเกาหลี แน่นอน องค์กรพัฒนาเอกชนเช่นพวกเราจะยังคงให้ความรู้และผลักดันให้รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกของเรา และเราจะสนับสนุนให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายที่สำคัญมากเหล่านี้
สมบัติทางวัฒนธรรมของเกาหลีในบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยองค์การยูเนสโก แหล่งประวัติศาสตร์ในเขตเกียงชู (Gyeongju) และสวนแท่นหินที่โกชาง (Gochang) ฮวาซุน (Hwasun) และ กังฮวา (Ganghwa Dolmen) ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อคราวประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 24 ที่เมือง แคร์นส์ (Cairns) ประเทศออสเตรเลียซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายนถึงวันที่ 2 ธันวาคม ปี 2000 ต่อจากวัดบุลกุกซา (Bulguksa Temple) ถ้ำซอกกูรัม (Soekguran Grotto) อารามหลวงจองเมียว (Jongmyo Royal Shrine) แท่นพิมพ์ไม้ ตริปิทาก้า โคเรียน่า- พระไตรปิฎกของเกาหลี- (Tripitaka Koreana) ที่วัดแฮอินซา (Haeinsa Temple) และสิ่งก่อสร้างต่างในปี 1995 และหมู่พระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung Palace Complex) และป้อมฮวาซอง (Hwaseong Fortress) ที่ซูวอนในปี 1997 ปัจจุบันเกาหลีมีสมบัติทางวัฒนธรรม 7 แห่งในบัญชีมรดกทางวัฒนธรรมของโลกกำหนดโดยองค์การยูเนสโก
ชางด็อกกุง-พระราชวังแห่งคุณความดีอันลือนาม (Changdeokgung, the Palace of Illustrious Virtue)
ชางด็อกกุงถูกสร้างขึ้นในปีที่ 5 แห่งรัชสมัยของกษัตริย์แตจอง (Taejong) แห่งราชวงศ์โชซอนติดกับพระราชวังเกียงบ็อกกุงราชวังหลักของราชวงศ์
หมู่ราชวังของชางด็อกกุงซึ่งได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดีแบ่งเป็นส่วนบริหาร ส่วนพักอาศัย และอุทยานทางด้านหลัง (Huwon) บริเวณที่เป็นส่วนบริหารนั้นรวมเอาประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate) เข้าไว้ด้วยซึ่งเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดในหมู่ราชวังอินชองเชิน (Injeongjeon) ซึ่งใช้เป็นท้องพระโรงและซอนชองเชิน (Soenjeongjeon) โถงสำหรับบริหาร
ส่วนที่เป็นที่พักอาศัยนั้นรวมถึง ฮุยชองดัง (Huijeongdang) และแทโชเชิน (Daejojeon) ห้องบรรทมของกษัตริย์และพระชายา โรงครัวหลวง ห้องพยาบาลและส่วนต่อเนื่องอื่นๆ ฮูวอนอุทยานด้านหลังอันลือชื่อ กับพลับพลาที่สง่างามอีกมากมาย ห้องเก็บหนังสือของราชสำนักกับห้องสมุดและสระบัวอันร่มรื่น
ชางด็อกกุงกลืนเข้ากับทัศนียภาพด้านหลังได้เป็นอย่างดีซึ่งเป็นพื้นที่ลาดเนินเขาและหมู่แมกไม้อันเขียวขจี ด้วยความที่ได้เปรียบในด้านสิ่งแวดล้อมท้องพระโรงที่โอ่อ่า พลับพลาและอุทยานฮูวอน (Huwon)ได้มีการวางตำแหน่งให้เป็นสัดส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งทำให้เป็นไข่มุกแห่งสถาปัตยกรรมของราชวังและทิวทัศน์ของอุทยาน
อุทยาน (Huwon) ประดับประดาด้วยต้นไม้มีค่า บางต้นมีอายุถึง 300 ปี จึงทำให้เป็นตัวแทนแห่งสรวงสวรรค์ของสวนเกาหลี กษัตริย์และราชนิกูลพร้อมทั้งข้าราชสำนักต่างชื่นชอบที่จะมาพักผ่อนและหาความสำราญที่อุทยานแห่งนี้

สล็อตออนไลน์

อารามหลวงจองเมียว (Jongmyo Royal Shrine)
อารามหลวงจองเมียวสร้างขึ้นเพื่อเป็นการอุทิศให้แก่ดวงพระวิญญาณแห่งบูรพกษัตริย์ของราชวงศ์โชซอน ณ ที่นี้กษัตริย์ และบรรดาพระราชวงศานุวงศ์จะมาทำการสักการะแด่บรรพบุรุษตามแบบลัทธิขงจื๊อ
อารามอันสง่างามแห่งนี้ซึ่งเป็นผลงานของสถาปัตยกรรมที่สวยงามอย่างเรียบง่ายนี้ได้รับความเห็นชอบให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันหาค่ามิได้และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโยองค์การยูเนสโกในปี 1995
อารามหลวงจองเมียวกอปรด้วยอารามชองเชิน (Jeongjeon) อันเป็นอารามหลัก อารามยองเนียงเชิน (Yeongnyeongjoen) อันเป็นอารามประกอบและสิ่งก่อสร้างประกอบอื่นๆ ชองเชินอันมีระเบียบล้อมรอบได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอาคารที่ยาวที่สุดในเอเชีย มีแท่นบูชาพร้อมป้ายสถิตย์วิญญาณเพื่อระลึกถึงพระบารมีของกษัตริย์และพระราชินี ซึ่งปัจจุบันมีป้ายของกษัตริย์จำนวน 19 ป้าย และราชินี 30 ป้าย ยองเนียงเชินอันมีห้องจำนวน 16 ห้องนั้นเป็นที่ประดิษฐานป้ายสถิตวิญญาณของวงศานุวงศ์ชั้นรองจำนวน 15 ป้ายและพระราชินีกับพระสวามีอีก 17 ป้าย
จองเมียวสร้างขึ้นในปี 1394 โดยราชวงศ์โชซอนได้ย้ายเมืองหลวงจากแจซอง (Gaeseong) มายังฮานยาง (Hanyang) (กรุงโซลในปัจจุบัน) แต่ถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลองในช่วงที่เกาหลีถูกญี่ปุ่นรุกรานในปี 1592 ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1604 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1608
ฮวาซอง-ป้อมปราการอันสง่างาม (Hwaseong, the Brilliant Fortress)
ฮวาซองเป็นป้อมปราการอันสง่างามที่ซูวอนจังหวัดเกียงจิ-โด (Gyeonggi-do) ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกและการวิศวกรรมโยธาอันทันสมัยที่สุดในศตวรรษที่ 18 การก่อสร้างได้รับการวางแผนโดยกษัตริย์ชองโช (King Jeongjo) กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอนเมื่อคราวที่พระองค์ได้ย้ายพระศพของพระบิดาจากยังซูไปยังเขาฮวาซานในปี 1789
ตัวป้อมปราการทอดยาวไปตามที่ราบและไหล่เขาซึ่งน้อยนักที่จะได้เห็นป้อมลักษณะนี้ในประเทศข้างเคียงอย่างญี่ปุ่นและจีน ป้อมนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้ประโยชน์ในด้านการเมือง การค้าและการทหาร โดยได้รับอิทธิพลมาจากซิลฮัก (silhak) หรือ “การเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติ”
ซึ่งเป็นแนวความคิดใหม่ในสมัยนั้น ตัวป้อมได้รับการก่อสร้างโดยวิทยาการชั้นสูงและด้วยอุปกรณ์ก่อสร้างที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โครงสร้างถูกทำให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นโดยการผสมผสานเข้ากันของหิน อิฐ และไม้ ซึ่งรวมถึงระบบระบายน้ำ เชิงเทิน ช่องยิงปืนบนกำแพง และหอรบต่างๆ ตัวป้อมทอดยาวโอบล้อมตอนล่างของเมืองซูวอนเป็นวงรูปไข่มหึมากินความยาววัดได้ถึง 5.52 กิโลเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวก 41 แห่งภายในวงรูปไข่นั้น โครงสร้างของป้อมในแต่ละแห่งผสมผสานให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมที่อลังการในเชิงยุทธศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา
เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา คือหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของประเทศเกาหลีใต้ เป็นเกาะภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ในทะเลจีนตะวันออก และห่างจากชายฝั่งทางใต้ของเกาหลี 130 กิโลเมตร ตัวเกาะมีพื้นที่ 1,846 ตร. กม. เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีภูเขาที่สูงที่สุด (1,950 เมตร) และเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดของเกาหลีใต้[1]
มรดกโลก

jumboslot

เกาะเชจูได้รับจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ “เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา” ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 31 เมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้
(vii) – เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก
(viii) – เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทาง ธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได
ช็อมซ็องแด
ช็อมซ็องแด (เกาหลี: 첨성대, ฮันจา: 瞻星臺, MC: Cheomseongdae, MR: Ch’ŏmsŏngdae) เป็นหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ปัจจุบันอยู่ในเมืองคย็องจู ประเทศเกาหลีใต้
ประวัติ
หอดูดาวช็อมซ็องแดแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 7 ตรงกับรัชสมัยของพระราชินีซอนด๊อกแห่งซิลลา โดยใช้หินแกรนิตในการก่อสร้างทั้งสิ้น 362 ก้อน และใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 362 วัน พระราชินีซอนด็อกโปรดให้สร้างใกล้เมืองคย็องจู เมืองหลวงของชิลลาในขณะนั้น หอคอยนี้มีความสูงจากฐาน 5.7 เมตร และมีความยาวทั้งสิ้น 9.4 เมตร
หอคอยแห่งนี้ถือว่ามีความเก่าแก่มากที่สุด นับถึงปัจจุบันหอดูดาวช็อมซ็องแดมีอายุกว่า 1,350 ปี และถูกบรรจุให้เป็นสมบัติประจำชาติเกาหลีใต้ลำดับที่ 31 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1962
ถ้ำซ็อกกูรัมและวัดพุลกุกซา
ถ้ำซ็อกกูรัมและวัดพุลกุกซา คือหนึ่งในแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในจังหวัดคย็องซังเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าคย็องด็อกแห่งราชอาณาจักรชิลลา ราวคริสต์ศตวรรษที่ 7

slot

มรดกโลก
ถ้ำซ็อกกูรัมและวัดพุลกุกซาได้รับจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 19 เมื่อปี พ.ศ. 2528 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี โดยผ่านข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้
(i) – เป็นตัวแทนที่แสดงถึงผลงานชิ้นเอกทีได้ถูกจัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันแสนฉลาด
(iv) – เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ