Japsang: กลุ่มรูปปั้นสัตว์ขนาดเล็ก

Japsang: กลุ่มรูปปั้นสัตว์ขนาดเล็ก

jumbo jili

หากคุณเคยไปเยี่ยมชมสถานที่ในราชวงศ์ของเกาหลี เช่น คยอนบกกุงหรือชางด็อกกุง คุณอาจสังเกตเห็นโรงเรียนที่มีรูปปั้นรูปสัตว์เล็กๆ น่ารัก ตั้งเรียงรายอยู่ริมชายคาและสงสัยว่าพวกเขาคืออะไรและมีวัตถุประสงค์อย่างไร ดูเหมือนจะไม่เข้ากับความหรูหราของพระราชวัง ตัวเลขเหล่านี้เรียกว่าจัปซังและน่าแปลกใจที่พวกเขาถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างพระราชวังที่ยกระดับการก่อสร้าง

สล็อต

จาปซังไม่เคยพบเห็นในช่วงสามก๊ก (57 ปีก่อนคริสตศักราช – 935 ซีอี) อย่างไรก็ตามในช่วงราชวงศ์ Goryo (918 CE – 1392 ซีอี) มีประวัติแม้จะหายากและในมังกรหรือมอนสเตอร์รูปร่างเกี่ยวกับการใช้Japsang ภาพวาดจากยุคนี้แสดงให้เห็นรูปปั้นเล็กๆ เหล่านี้อย่างชัดเจนบนอาคารพระราชวัง ประเพณีนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 – พ.ศ. 2440) ในชื่อซงรแยมุน (หรือที่รู้จักในชื่อนัมแดมุน) สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1398 และเป็นสมบัติประจำชาติแห่งแรกของเกาหลีใต้ มีจัปซังเก้าตัวที่ชายคา จำนวนของจัปซังเป็นเลขคี่เสมอตั้งแต่ 3 ถึง 11 ยิ่งมากยิ่งดี
ในสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644 ซีอี) ชาวเกาหลีเริ่มวางจัปซังบนอาคารชั้นสูง เช่น พระราชวัง เชื่อกันว่าในช่วงเวลานั้น สิ่งที่คนเกาหลีกลัวที่สุดคือไฟไหม้ เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ทำจากไม้ ชักซังจึงเชื่อกันว่าป้องกันไฟด้วยวิธีหมอผี
จับซังประกอบด้วยสัตว์ต่างๆ เช่น มังกร ฟีนิกซ์ สิงโต ยีราฟ ม้าน้ำแฮแท (สิงโตยูนิคอร์นในตำนาน) และลิง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นผู้พิทักษ์อาคาร แม้ว่าต้นกำเนิดจะแตกต่างกัน แต่สัตว์เหล่านี้แต่ละตัวก็มีชื่อของตัวเอง ตัวอย่างเช่น สัตว์สองสามตัวแรกได้รับการตั้งชื่อตามตัวละครในHsi Yu Chi (西遊記; Journey to the West) เช่นTang SanzangและSun Wukongตามการศึกษาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยวิธีนี้จึงสามารถสรุปได้ว่าชาวเกาหลีหวังว่าJapsangจะแข็งแกร่งเหมือนตัวเอกในเรื่อง
ในปัจจุบัน นอกจากพระราชวังโบราณแล้ว คุณยังสามารถเห็นJapsangบน Blue House ที่พำนักของประธานาธิบดีเกาหลี ครั้งต่อไปที่คุณเห็นพวกเขา หวังว่าพวกเขาจะทำงานได้ดี
พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชวังคยองบกกุง” เป็นทั้งสัญญลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล พระราชวังที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกรุงโซล สร้างขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชซอน เดิมทีนั้นภายในพระราชวังมีอาคารและตำหนักต่างๆมากกว่า 200 หลัง แต่เมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น อาคารส่วนใหญ่ก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียงแค่ 10 หลังเท่านั้น
พระราชวังทิศเหนือ (Northern Palace) ก็เป็นอีกชื่อหนึ่งของพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เมื่อเทียบกับพระราชวังแห่งอื่นๆ เช่น พระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก และพระราชวังเคียงฮุยกุง (Gyeongheegung) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก อย่างไรก็ตามพระราชวังเคียงบกกุงนั้นขึ้นชื่อว่า เป็นพระราชวังที่สวยงามที่สุด เนื่องจากฉากหลังของพระราชวังนั้นเป็นเขาพูกักซาน จึงทำให้ดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมาก
คำว่า “เคียงบกกุง” หมายถึง พระราชวังแห่งพรที่มีแสงสว่าง ภายในบริเวณของพระราชวังแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจดังนี้คือ “พระที่นั่งคึนจองวอง (Geunjeongjeon)”และ “ศาลาเคียงฮวยรู (Hyangwonjeong)” ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณสระน้ำ มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก และรอบๆ บริเวณตรงประตูจอนชุลมุน จะสามารถเดินผ่านไปถึงถนนซัมจองดองกิล ยังมีร้านขายชุดฮันบกอันเก่าแก่ให้ได้เลือกชม รวมไปถึงหอศิลป์ต่างๆและทำเนียบชองวาแด เมื่อเดินไปรอบๆจะพบส่วนหย่อมที่ให้ความรู้สึกร่มรื่น นอกจากนี้ภายในพระราชวังยังมีพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (National Palace Museum of Korea) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประตูฮึงรแยมุน (Heungnyemun Gate) กับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ (National Folk Museum) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกในพื้นที่พระราชวังเคียงบกกุง (Hyangwonjeong) อีกด้วย
การเดินท่องเที่ยวภายในบริเวณพระราชวัง จะทำให้ได้ซึมซับและรู้จัก วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวเกาหลีมากยิ่งขึ้น ซึ่งภายในบริเวณแห่งนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลี ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจของคนเกาหลี

สล็อตออนไลน์

พระราชวังเคียงบก (Gyeongbokgung Palace)
คยองบกกุง (Gyeongbokgung, 경복궁) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1395 เพื่อเป็นพระราชวังหลักแห่งแรก ของราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392 – ค.ศ. 1910) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูเขาบุกฮันซาน (Bukhansan Mountain) ในกรุงโซล (Seoul) ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคยองกี (คยองกีโด, Gyeonggi-do) ในประเทศเกาหลีใต้ พระราชวังถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1395 ซึ่งเป็นปีที่ 4 ในรัชสมัยของ กษัตริย์แทโจ (Taejo of Joseon, 태조; ค.ศ. 1335 – ค.ศ. 1408) ผู้ก่อตั้งและปฐมบรมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์โชซอน (Joseon Dynasty)
ภายหลังการย้ายเมืองหลวง จากเมืองแคซอง (Gaeseong, 개성) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์โครยอ (Goryeo Dynasty) มายังเมืองฮันยาง หรือเมืองฮันซอง (Hanseong, 한성) พระราชวังมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรม และการจัดวางผังพระราชวัง เป็นไปตามประเพณี และหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งในภาษาเกาหลี เรียกว่า พุงซู (Pungsu, 풍수) โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม และระบบนิเวศน์โดยรอบ ของพระราชวังเป็นหลัก สำหรับชื่อพระราชวังนั้น สื่อความหมายว่า ราชวงศ์ใหม่จะเจริญรุ่งเรืองด้วยพรอันยิ่งใหญ่
ภายในพระราชวังประกอบไปด้วย อาคารกว่า 500 หลัง ที่ถูกสร้างอย่างประณีตและงดงาม เพื่อเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเมือง สำหรับพระมหากษัตริย์และขุนนาง รวมถึงเป็นที่พำนักอาศัย และพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สำหรับพระราชวงศ์ นอกจากนี้ยังมีพระราชวังเล็กๆ อีกหลายแห่ง ในปี ค.ศ. 1592 พระราชวังถูกเผา และได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในช่วงการรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่น (Japanese invasions of Korea, ค.ศ. 1592 – ค.ศ. 1598) การสู้รบครั้งนี้ประเทศเกาหลีเรียกว่า สงครามอิมจิน (Imjin War, 임진왜란)

jumboslot

พระราชวังถูกบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1867 ในรัชสมัยของกษัตริย์โคจง (Gojong of Korea, 고종; ค.ศ. 1852 – ค.ศ. 1919) ในช่วงยุคอาณานิคมของญี่ปุ่น อาคารส่วนใหญ่เสียหายเกือบทั้งหมด ทั้งจากการสู้รบ และจากการวางผังเมืองใหม่ และการสร้างรถราง ซึ่งเหลือเพียงไม่กี่อาคาร โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 ภายใต้การดำเนินโครงการฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบ ได้ทำการบูรณะฟื้นฟูอาคารที่สำคัญต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นพระราชวังที่สวยงาม และยิ่งใหญ่ที่สุด ของพระราชวังหลวงทั้งห้าแห่งของกรุงโซล (Five Grand Palaces of Seoul)
โดยมีสถานที่สำคัญ และเป็นสถานที่ยอดนิยม ที่มีชื่อเสียงในพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ประตูหลัก 4 ประตู และประตูเข้าสู่บริเวณพระราชวัง 2 แห่ง ประตูหลักตั้งอยู่ประจำทิศทั้ง 4 ได้แก่ ควางฮวามุน (Gwanghwamun, 광화문) เป็นประตูหลักของพระราชวัง หรือประตูทิศใต้, ชินมูมุน (Sinmumun, 신무문) เป็นประตูทิศเหนือ, คอนชุนมุน (Geonchunmun, 건춘문) เป็นประตูทิศตะวันออก และยองชูมุน (Yeongchumun, 영추문) เป็นประตูทิศตะวันตก รวมถึงประตูเข้าสู่บริเวณพระราชวัง 2 แห่ง ได้แก่ ฮึงรเยมุน (Heungryemun, 흥례문) เป็นประตูที่สอง และ คึนจองมุน (Geunjeongmun, 근정문) เป็นประตูที่สาม
เขตพระราชฐานชั้นนอก เป็นที่สำหรับการบริหารบ้านเมือง และการทรงงานของกษัตริย์ ซึ่งประกอบไปด้วย คึนจองมุน (Geunjeongmun, 근정문) เป็นประตูที่สาม เพื่อเข้าเขตพระราชฐานชั้นนอก และพระที่นั่งต่างๆ สำหรับเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นบริเวณสำหรับพำนักอาศัย และสถานที่ประทับของ กษัตริย์และราชวงศ์ ซึ่งประกอบไปด้วยพระตำหนัก, พระราชวังเล็ก, ศาลาพักผ่อน, สะพาน

slot

ประตูควางฮวา
ควางฮวามุน (Gwanghwamun, 광화문) เป็นประตูหลักทางทิศใต้ของพระราชวัง ที่บริเวณลานด้านหน้าของประตูแห่งนี้ มักมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาเยือน เพื่อชมความสวยงามของ พิธีเปลี่ยนเวรยามพระราชวังเคียงบก (Gyeongbok Palace Royal Guard – Changing Ceremony) ซึ่งจัดแสดงในทุกๆ วัน ยกเว้นวันจันทร์ โดยมีการจัดแสดงเพียงวันละ 3 รอบเท่านั้น