ศิลปะและวัฒนธรรมในรัชสมัยพระเจ้าเซจอง

ศิลปะและวัฒนธรรมในรัชสมัยพระเจ้าเซจอง

jumbo jili

งานเลี้ยงอาหารกลางวันครั้งสุดท้ายของ Asia Society Korea ก่อนปิดภาคเรียนฤดูร้อนจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 18 มิถุนายน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานในเดือนนี้ได้ก้าวออกไปจากการเมืองและมุ่งเน้นไปที่แง่มุมทางประวัติศาสตร์ของศิลปะและวัฒนธรรมของเกาหลีในอดีต ขอบคุณคำแนะนำของศาสตราจารย์ซง-มี ยี ผู้ทรงคุณวุฒิแห่งประวัติศาสตร์ศิลปะที่ Academy of Korean Studies และผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย Duksung Women’s University ในกรุงโซล ผู้ที่เข้าร่วมงานโชคดีพอที่จะเข้าใจเรื่อง “ ศิลปะและวัฒนธรรมในช่วง รัชสมัยของกษัตริย์เซจอง”

สล็อต

ศาสตราจารย์ยีกล่าวเปิดด้วยการแนะนำสั้นๆ ในยุคแรกๆ ของฮันกึล พร้อมสาธิตเอกสารสำคัญๆ ในยุคแรกๆ เช่น เรียงความ บันทึกความทรงจำ และบทความในหนังสือพิมพ์ จากนั้นเธอก็เดินไปยังจุดศูนย์กลางของคำปราศรัย ซึ่งเน้นบันทึกที่สำคัญเกี่ยวกับการครองราชย์ของกษัตริย์เซจอง ศาสตราจารย์ตั้งข้อสังเกต น่าสนใจว่า บันทึกที่แท้จริงของกษัตริย์เซจงเปิดเผยคุณลักษณะสี่ประการที่แตกต่างจากกษัตริย์เกาหลีองค์อื่นๆ ทั้งหมด ได้แก่ พิธีกรรมทั้งห้า ดนตรี ภูมิศาสตร์ และดาราศาสตร์/ปฏิทิน
ศาสตราจารย์ยี่อธิบายว่าพิธีกรรมทั้งห้าเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนในระหว่างพิธีสำคัญและเหตุการณ์ของรัฐ ตัวอย่างเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ และคำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรมแสดงต่อผู้ชมเป็นตัวอย่างที่เป็นตัวแทน
ต่อมา ศาสตราจารย์ยีได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของดนตรีในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะเพลงในราชสำนักที่ใช้อิทธิพลของจีนในการผลิตนวนิยายสไตล์เกาหลี เครื่องดนตรีที่ใช้ตลอดรัชสมัยของกษัตริย์เซจองได้แสดงต่อผู้ชม ตัวอย่างเช่น ระฆังที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่มีเสียงต่างกันเนื่องจากความหนา ศาสตราจารย์ยียังอธิบายด้วยว่าดนตรีมีความสำคัญต่อการบูชาบรรพบุรุษ และนี่เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนทั่วไป ไม่ใช่แค่ผู้ที่มีสถานะสูงกว่าเท่านั้น สามารถเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้ แผ่นเพลงจากยุคนั้นจำนวนหนึ่งยังเปิดเผยว่ามีการใช้มาตราส่วนเพนทาโทนิก
ในด้านภูมิศาสตร์ ศาสตราจารย์ยี่ได้แสดงหนังสือที่เน้นย้ำถึงแปดจังหวัดและประกอบด้วยส่วนต่างๆ ที่ครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น การบริหาร เศรษฐกิจ การทหาร และอุตสาหกรรม ดังนั้น ภูมิศาสตร์ในขณะนั้นจึงถูกสังเกตจากมุมมองของมนุษย์มากกว่าทางกายภาพ นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เกษตรกรรมและวิธีการผลิต
สุดท้าย หมวดดาราศาสตร์/ปฏิทินแสดงให้เห็นว่ากษัตริย์เซจองสั่งให้นักวิชาการศึกษาการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์หลักทั้งเจ็ดอย่างไร แรงจูงใจของเขาคือการหาจังหวะของจันทรุปราคาและสุริยุปราคา การค้นพบที่สำคัญในพื้นที่นี้ส่งผลให้ปฏิทินมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานที่สำคัญ เช่น การทำฟาร์ม ศาสตราจารย์ยี่ยังได้แสดงตัวอย่างมาตรวัดปริมาณน้ำฝนและลูกโลกท้องฟ้าขนาดใหญ่ในช่วงเวลานี้
ก่อนจบการบรรยาย ศาสตราจารย์ยี่ได้แสดงภาพวาดและสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ จำนวนหนึ่งโดยช่างฝีมือในสมัยนั้น จากนั้นจึงถามคำถามสองสามข้อจากผู้ชม ครั้งแรกที่ชี้แจงความปรารถนาของกษัตริย์เซจองที่จะสนับสนุนและยกระดับตำแหน่งของศิลปินในขณะนั้น ข้อที่สองทำให้ชัดเจนว่าไม่ควรมองว่าศิลปะและวัฒนธรรมเกาหลีเป็นการเลียนแบบศิลปะจีน แต่เป็นส่วนขยายที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่คู่ควรแก่การชื่นชมที่คล้ายกัน นี่เป็นการสรุปการรับประทานอาหารกลางวันที่ให้ความรู้สูงอีกครั้ง โดยผู้ที่เข้าร่วมงานก็ยิ่งติดใจกับประวัติศาสตร์อันน่าดึงดูดใจของเกาหลีมากยิ่งขึ้น
หากจะกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รักของประชาชนเกาหลี หนึ่งในนั้น คือ พระเจ้าเซจงมหาราช พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์เกาหลีองค์ที่สี่แห่งราชวงศ์โชซ็อน ทรงเป็นที่รู้จักในนามผู้ประดิษฐ์อักษรเกาหลีฮันกึล อีกทั้งยังทรงเป็นหนึ่งในสองกษัตริย์แห่งเกาหลีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นมหาราช (อีกพระองค์ คือพระเจ้ากวางแกโตมหาราชแห่งราชวงศ์โกคูรยอ)
พระราชประวัติ
พระเจ้าเซจง (Sejong) เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1397 เป็นพระราชโอรสองค์ที่สามของพระเจ้าแทจงกับพระนางว็อนกย็อง เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ได้รับสถาปนาให้เป็นเจ้าชายชุงนยอง และทรงอภิเษกกับพระชายาชิม ซึ่งภายหลังได้รับสถาปนาเป็นพระนางโชฮ็อน พระเชษฐาทั้งสองเห็นว่าเจ้าชายชุงนยองมีความรู้ความสามารถ จึงคิดจะยกบัลลังก์ให้โดยการประพฤติตนเหลวแหลกในราชสำนัก ทำให้เจ้าชายทั้งสองถูกไล่ออกจากวัง หลังจากนั้นพระเจ้าแทจงก็สละราชบัลลังก์ให้แก่เจ้าชายชุงนยองได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเซจง
พระราชกรณียกิจ
พระเจ้าเซจง ได้รับการขนานนามว่าเป็น “มหาราช” เนื่องจากความสำเร็จในการสร้างความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมให้กับราชอาณาจักรเกาหลี โดยในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการส่งเสริมลัทธิขงจื๊อและวัฒนธรรมจีนให้แพร่หลาย ทรงก่อตั้งชิบฮย็อนจอนเป็นสำนักปราชญ์ขงจื๊อ พระองค์มีพระราชโองการให้ปรับเปลี่ยนขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของเกาหลีให้สอดคล้องกับลัทธิขงจื๊อ เช่น ประเพณีการแต่งงาน ประเพณีการไว้ทุกข์ ส่งผลให้ลัทธิขงจื๊อกลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมเกาหลีในสมัยนั้น นอกจากนี้พระองค์ยังใช้อำนาจลดบทบาทของสำนักสงฆ์ในศาสนาพุทธอย่างหนัก ลดจำนวนนิกายศาสนาพุทธจากเจ็ดสำนักเหลือแค่สองสำนัก และยังมีคำสั่งให้จำกัดจำนวนวัดและจำนวนพระสงฆ์อีกด้วย
พระเจ้าเซจงทรงได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่มีความห่วงใยราษฎรเป็นอย่างมาก ทรงเล็งเห็นปัญหาของราษฎรทั่วไปที่อ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ เนื่องจากประวัติศาสตร์เกาหลีอันยาวนานนั้น ชาวเกาหลีไม่มีอักษรเป็นของตนเอง ส่วนใหญ่ใช้อักษรของจีนที่เรียกว่า ฮันจา แต่ตัวอักษรจีนนั้นมีจำนวนมากและยากลำบากในการเรียนรู้ มีเพียงชนชั้นขุนนางชาย (ยังบัน) เท่านั้นที่มีสิทธิเรียนและเขียนอักษรฮันจาได้ พระเจ้าเซจงจึงทรงประกาศใช้อักษรฮันกึลขึ้นใน ค.ศ. 1446 ซึ่งเป็นอักษรที่ง่ายต่อการเรียนรู้ ผ่านทางวรรณกรรมเรื่องฮุนมินจ็องอึม เพื่อให้ราษฎรทุกชนชั้นสามารถอ่านออกเขียนได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อักษรจีน ในรัชสมัยของพระเจ้าเซจงขุนนางชื่อว่าชังย็องชิล ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์มาตรวัดน้ำฝนอันแรกของโลก
นอกจากนี้พระเจ้าเซจงยังทรงเห็นถึงปัญหาของชาวนาที่ทำเกษตรกรรมแล้วไม่เกิดผลิตผล เนื่องจากความแห้งแล้งและน้ำท่วม จึงทรงให้มีการแต่งหนังสือนงซาจิกซอล ซึ่งหนังสือนี้เกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ในการทำเกษตรกรรมจากเกษตรกรอาวุโสทั่วราชอาณาจักร อีกทั้งยังทรงลดภาษีเพื่อให้เกษตรกรต้องลำบากและมีกินมีใช้ มีทรัพย์ในการทำเกษตรกรรมมากขึ้น
พระเจ้าเซจงเสด็จสวรรคตในปี 1450 เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและเศร้าโศกเสียพระทัยจากการสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีโชฮ็อน พระบรมศพของทั้งคู่ถูกฝังไว้ที่พระราชสุสานยองนึง หลังจากนั้นพระเจ้ามุนจง ซึ่งเป็นพระราชโอรสพระองค์แรกของพระเจ้าเซจงมหาราช ทรงขึ้นครองราชย์ในเวลาต่อมา แต่ทรงครองราชย์ได้เพียง 2 ปีก็สวรรคต

สล็อตออนไลน์

จากที่กล่าวมาข้างต้นแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าเซจงมหาราชทำคุณความดีต่อาณาจักโชซ็อนเป็นอย่างมาก รวมไปถึงประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในปัจจุบันด้วย ทั้งในด้านปกครองและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งสำนักปราชญ์ขงจื๊อ การประดิษฐ์อักษรฮันกึล การแต่งหนังสือเกี่ยวกับการทำเกษตรกรรม นอกจากนี้รูปของพระองค์ยังคงปรากฏอยู่ในธนบัตร 10,000 วอนของเกาหลีใต้มาจนถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ชาวเกาหลีภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเองมาจนถึงทุกวันนี้
เรื่องราวของกษัตริย์เซจงมหาราช (The Story of King Sejong Exhibition Hall)
เซจงชุงมูกงอียากี (The Story of King Sejong, 세종 충무공 이야기) เป็นห้องโถงนิทรรศการ จัดแสดงเรื่องราวของ กษัตริย์เซจงมหาราช (Sejong the Great, 세종대왕) มีทางเข้าอยู่ที่ด้านหลังของ อนุสาวรีย์กษัตริย์เซจงมหาราช (Statue of King Sejong) ซึ่งตั้งอยู่ที่ จตุรัสควางฮวามุน (Gwanghwamun Square) อยู่ในกรุงโซล (Seoul) ซึ่งเป็นเมืองในพื้นที่ ของจังหวัดคยองกี (คยองกีโด, Gyeonggi-do) ในประเทศเกาหลีใต้
กษัตริย์เซจงมหาราช (Sejong the Great, 세종대왕; 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1397 – 8 เมษายน ค.ศ. 1450) เป็นกษัตริย์องค์ที่สี่ ของราชวงศ์โชซอนแห่งเกาหลี และทรงครองราชย์ในระหว่างปี ค.ศ. 1418 – ค.ศ. 1450 และทรงเป็นหนึ่งในสอง ของกษัตริย์แห่งประเทศเกาหลี ที่ได้รับสมัญญาว่าเป็นมหาราช ตลอดรัชสมัยในการปกครองของพระองค์ ทรงมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ให้ประสบความสำเร็จ อย่างยอดเยี่ยม ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของประเทศ จึงทำให้พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศเกาหลี
พระองค์ทรงรวบรวมพื้นฐาน สำหรับการปกครองราชวงศ์โชซอน โดยผสมผสานเข้ากับปรัชญาการเมืองของขงจื้อ รวมถึงทฤษฎีมินบอน (The theory of Minbon, 민본사상) ที่มุ่งเน้นไปยังประชาชน โดยเชื่อว่าคนเป็นรากฐานที่มั่นคง ของประเทศที่มีความสงบสุข นอกจากนี้ยังทรงเป็นผู้นำ ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ในด้านการเกษตร, วรรณกรรม, วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานซึ่งเป็นที่รู้จัก และโดดเด่นที่สุดก็คือ การประดิษฐ์อักษรฮันกึล (Hangeul, Hangul, 한글)

jumboslot

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จัดแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ ผลงานการประดิษฐ์ และผลงานทางวิทยาศาสตร์, ศิลปะ, การทหารและการเมือง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,200 ตารางเมตร และเชื่อมโยงผ่านทางเดินใต้ดิน ระหว่างอาคาร KT ทางด้านซ้าย และทางด้านขวาเป็นศูนย์เซจงเซนเตอร์ (Sejong Center) ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
อินกันเซจง
Human Sejong (인간세종) หอนิทรรศการจัดแสดงเกี่ยวกับชีวิต ของกษัตริย์เซจงมหาราช (Sejong the Great, 세종대왕) รวมถึงบุคลิกภาพ, งานอดิเรก และอื่นๆ ตามลำดับเวลา ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์วัย พร้อมรูปภาพและวิดีโอประกอบการจัดแสดง
อุดมการณ์มุ่งความสนใจไปที่ผู้คน
Ideology Focused on the People ห้องนี้มีภาพเหมือนของกษัตริย์เซจงมหาราช (Sejong the Great, 세종대왕) ด้วยแผงกราฟฟิคที่แสดงให้เห็นในภาพที่ชัดเจนของ ตัวอักษรฮันกึล และปรัชญาของความรัก ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ของพระองค์
การประดิษฐ์อักษรฮันกึล
Invention of Hangeul ห้องโถงจัดแสดงกระบวนการในการประดิษฐ์อักษรฮันกึล โดยใช้แบบจำลองและแผงกราฟิค พร้อมจัดแสดงทฤษฎี, วัตถุที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวกับการประดิษฐ์อักษรฮันกึล
อักษรฮันกึล (Hangeul, Hangul, 한글) ตัวอักษรมีจำนวน 28 ตัว พยัญชนะแต่ละตัวมีรูปแบบที่เรียบง่าย และออกเสียงด้วยปากลิ้นและฟัน ที่มีการเลียนแบบเสียงธรรมชาติ การประดิษฐ์เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1443 และถูกตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1446 โดยในวันที่ 9 ตุลาคมของทุกปี จึงถือเป็นวันฮันกึล (Hangeul Day, 한글날) ซึ่งเป็นวันหยุดราชการของประเทศเกาหลีใต้
วิทยาศาสตร์และศิลปะ
Science & Art จัดแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ ผลงานการประดิษฐ์ และผลงานทางวิทยาศาสตร์, ศิลปะ, ดนตรี และวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์เซจงมหาราช (Sejong the Great, 세종대왕)

slot

นโยบายทางการทหาร
Military Policy จัดแสดงเกี่ยวกับความสำเร็จทางการทหาร ในระหว่างการครองราชย์ของ กษัตริย์เซจงมหาราช (Sejong the Great, 세종대왕) รวมถึงการพิชิตเกาะสึชิมะ (Tsushima Island) ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างแผ่นดินญี่ปุ่น กับคาบสมุทรเกาหลี ในปี ค.ศ. 1419 การสู้รบถูกนำโดย นายพลอีจุงมู (Yi Jong-mu, 이종무; ค.ศ. 1903 – ค.ศ. 1968) ซึ่งชัยชนะครั้งนี้สามารถช่วยชีวิตเหยื่อ ของโจรสลัดญี่ปุ่น (Wokou) และยุติการโจมตีของโจรสลัดญี่ปุ่น ในประเทศเกาหลี และจีน รวมถึงปูทางสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าพิเศษ ระหว่างอาณาจักรโชซอน และตระกูลโซแห่งเกาะสึชิมะ (Sō clan of Tsushima Island)