“ดัดผม” โลกมหัศจรรย์ของสไตล์อาจุมม่ายอดนิยม

“ดัดผม” โลกมหัศจรรย์ของสไตล์อาจุมม่ายอดนิยม

jumbo jili

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ Leo Gala Series เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีในวงกว้างและส่งเสริมความงามภายนอกอาคาร Asia Society Korea ขอนำเสนอบทความพิเศษเกี่ยวกับทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นพี่เกาหลีซึ่งเป็นภาษาพื้นถิ่นที่ใช้อธิบายภาษาเกาหลีวัยกลางคน ผู้หญิง

สล็อต

สำหรับผู้หญิงเกาหลีหลายคน ถึงเวลาที่พวกเขาตัดสินใจว่าจะต้องผ่านพิธีการเมื่อพวกเขาเข้าใกล้ช่วงครึ่งหลังของชีวิต พวกเขาเลิกใช้ทรงผมที่ยาวกว่าและอายุน้อยกว่า และมัดผมและม้วนเป็น ‘ อาจุมม่าดัด’ อันเป็นสัญลักษณ์ หลายคนผู้หญิงเกาหลีวัยกลางคนเรียกว่าajummas ( 아 줌 마 ) สามารถพบได้สวมใส่ผมของพวกเขาในลักษณะนี้ ตั้งแต่รถไฟใต้ดินที่พลุกพล่านไปจนถึงเส้นทางเดินป่าบนเนินเขา แผงขายอาหารข้างทางไปจนถึงร้านอาหารที่ครึกครื้น เมืองที่แออัดไปจนถึงชนบทอันเงียบสงบ คุณจะต้องแน่ใจว่าจะได้เห็นอาจุมมาเขย่าทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์นี้อย่างแน่นอน
เนื่องจากผู้หญิงเกาหลีจำนวนมากใช้ชีวิตแบบยุ่งวุ่นวายทั้งที่บ้านและที่ทำงาน การดัดผมอาจุมม่าได้กลายเป็นลุคยอดนิยมสำหรับผู้หญิงที่ต้องเดินทางอยู่เสมอ เหตุผลในการเปลี่ยนการดัดผมแตกต่างกันไป เช่น ต้องการปกปิดผมร่วงและผมบาง เบื่อผมที่ยาวแล้วไปขวางทาง หรือแค่ลองเปลี่ยนทรงผมใหม่
ต้นตอของกระแสนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลี เมื่อในปี 1937 ใบอนุญาตครั้งแรกมีจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงโซล และมีรายงานว่ามีราคาข้าวมากถึงสองก้อน ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น ในขณะนั้น การดัดผมเป็นเป้าหมายของความอิจฉาสำหรับผู้หญิง และมีเพียงคนรวยและคนดังเท่านั้นที่เล่นกีฬาได้ แม้จะถูกมองว่าเป็นเทรนด์ตะวันตกที่เสื่อมโทรมโดยผู้ใต้บังคับบัญชาชาวญี่ปุ่น ในขั้นต้น เตารีดถูกใช้เพื่อจัดทรงผมให้เป็นทรงโค้งมน
หลังจากการปลดปล่อยของเกาหลีในปี 1950 และ 60 การขาดไฟฟ้านำไปสู่วิธีการที่สร้างสรรค์มากขึ้นในการบรรลุลอนผมที่เป็นที่ต้องการ ผู้หญิงที่ไม่สามารถรอคิวที่ยาวออกไปนอกประตูและรอบมุมถนนที่ร้านทำผม หรือราคาที่ยังคงสูงสำหรับการดัดผมอย่างมืออาชีพ ได้ใช้ถ่านก้อนอุ่นห่อด้วยแผ่นดีบุกเพื่อม้วนผมให้เป็นแบบที่รู้กัน เป็น ‘ดัดถ่าน’ ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 80 เมื่อไฟฟ้าเข้าถึงได้มากขึ้น รูปแบบการดัดผมจึงพัฒนาเป็นสไตล์ ‘ผมลม’ อันโด่งดัง (바람머리) ผมหยักศกที่ดูเหมือนจะปลิวไปตามลม และเห็นการรวมตัวของเส้นผม ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น มูส เจล และสเปรย์ฉีด เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนศตวรรษ ผมดัดได้กลายเป็นความรู้สึกทั่วประเทศสำหรับทุกเพศทุกวัยโดยไม่คำนึงถึงเพศ ขณะที่ผู้ชายเริ่มดัดผมให้เป็นคลื่นเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นผู้หญิงใช้ที่ม้วนผมบางที่ติดอยู่กับผมเพื่อพยายามตระหนักถึงศักยภาพในการดัดผมอย่างเต็มที่ หลายคนที่มีผมตรงยังสวมที่ดัดผมในที่สาธารณะเพราะพวกเขายอมเป็นลอนที่น่าหลงใหลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตามเนื้อผ้า ผู้หญิงเกาหลีถูกคาดหวังให้เป็นแม่บ้านเต็มเวลาเมื่อแต่งงาน ดังนั้นอาจุมมาจึงเป็นทางเลือกที่ชัดเจนสำหรับการบำรุงรักษาง่าย แต่เมื่อผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเข้าสู่ขอบเขตของอาชีพ ระดับอาจุมม่าก็มีขึ้นเช่นกัน และมันถูกใช้โดยคนงานในองค์กร สมาชิกสภานิติบัญญัติ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเหมือนกัน อาจุมม่าดัดอยู่ที่นี่
วัฒนธรรมเกาหลี ที่ควรรู้ ก่อนไปทำงานเกาหลี
วัฒนธรรมเกาหลี กับดินแดนสงบยามเช้า คาบสมุทรเกาหลีเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเก่าแก่มานานกว่า 5,000 ปีมาแล้ว โดยมีตำนานเล่าสืบต่อกันว่า เทพเจ้าตันกุนเป็นผู้สร้างชาตินี้ขึ้น โดยได้รวบรวมแว่นแคว้นบน คาบสมุทรเป็นปึกแผ่น เข้มแข็ง และทำการปกครองบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุขรวมทั้งได้สร้างสมประเพณี วัฒนธรรมให้กลายเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์พิเศษแตกต่างไปจากสังคมอื่นในขณะเดียวกัน เนื่องจากภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงต่ำ ก่อให้เกิดทัศนียภาพสวยสดงดงามตระการตา ยิ่งในฤดูใบไม้ผลิที่ต้นเชอรี ดอกไม้ และพรรณไม้นานาชนิดบานสพรั่ง อันเป็นภาพตรึงตาตรีงในแก่ผู้พบเห็น จากความเจริญทางด้านอารยธรรม และการแต่งแต้มของธรรมชาติต่อภูมิประเทศให้วิจิตรพิสดารดังกล่าว จึงทำให้มีผู้ตั้งสมญานามของดินแดนส่วนนี้ของโลกว่า “ดินแดนสงบยามเช้า” (คำว่า โซซอน หมายถึง ดินแดนสงบยามเช้า Land of the Morning Calm)
ประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผ่านมาชี้ชัดว่า ชาวเมืองโสมได้ช่วยกันสร้างและเสริมแต่งขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชาติให้สูงเด่น และร่วมกันอนุรักษ์มรดอันล้ำค่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังและชาวต่างชาติให้ชื่นชมยินดี ดังจะเห็นได้จากพระราชวังเคียงบก ซึ่งสร้างขึ้นสมัยกษัตริย์เตโจเมื่อปี พ.ศ. 1938 นั้น เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของกรุงโซลที่ใครไปเยี่ยมเกาหลีจะต้องไปชมให้ได้
หากเราท่องเที่ยวลงไปทางตอนใต้ต่อไปอีก ก็จะพบเมืองปูซาน ซึ่งเป็นเมืองท่า และเมืองตากอากาศชายทะเล และต่อจากปลายสุดของคาบสมุทรไปอีกราว 60 ไมล์ก็จะพบกับเกาะใหญ่ที่สุดกลางทะเล ชื่อ เกาะเซจู เกาะนี้มีความสวยสดงดงามตามธรรมชาติ จึงกลายเป็นสวรรค์ที่ชายหนุ่มหญิงสาวพากันไปดื่มน้ำผึ้งประจันทร์บนเกาะที่เป็นเสมือนไข่มุกของเกาหลีนี้
ธรรมชาติได้แต่งแต้มให้เกิดความสวยงามด้านทัศนียภาพ และผู้คนต่างร่วมสร้างเสริมอารยธรรมให้แก่ประเทศนี้ในเจริญรุ่งเรือง
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งผ่านทาง สินค้าทาง วัฒนธรรมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรม ดนตรี ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และสื่อบันเทิงต่างๆ รวมถึงการศึกษา การท่องเที่ยว และแม้แต่การทำศัลยกรรมสไตล์เกาหลี จะเห็นได้ว่ากระแส Korea Wave หรือกระแสนิยมวัฒนธรรมเกาหลีได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลีใต้แบบก้าวกระโดด จนเป็นที่จับตามองของหลายประเทศทั่วโลก
สำหรับท่านที่กำลังอยากไปทำงานเกาหลี การรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเกาหลีเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเกาหลี โดยวัฒนธรรม ที่ควรรู้มีดังนี้

  1. วัฒนธรรมเกี่ยวกับการเดินทางหรือการขนส่ง
    ไม่รู้จะขึ้นรถสายไหนดี เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาหลี คุณจะสังเกตุเห็นได้ว่าระบบขนส่งสาธาณะที่นี่ได้รับการจัดการอย่างดี แต่ด้วยความที่มีสายจำนวนมากทำให้ยากต่อการทำความเข้าใจและบ่อยครั้งที่เราไม่รู้ว่าควรเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินหรือนั่งรถบัสเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของเราดี
    นี่ก็เป็นเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้นกับคนเกาหลีเช่นกันไม่เพียงแค่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต้องขอบคุณที่ในเกาหลีเราสามารถที่จะเชื่อมต่อ WiFi และ LTEได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะดวกอย่างมากในการค้นหาวิธีในการเดินทางไปยังจุดหมายผ่านโทรศัพท์มือถือของเรานั่นเอง
    ที่นั่งสำหรับคนตั้งครรภ์นั่งได้ไหม? เมื่อขึ้นรถบัสที่เกาหลีคุณก็จะสังเกตุเห็นที่นั่งในหลากหลายสี โดยที่นั่งส่วนมากถูกจัดเอาไว้ให้หญิงตั้งครรภ์และผู้สูงอายุ ในกรณีนี้เราจะต้องยืนตลอดเลยไหมหากที่นั่งเหล่านี้ว่าง
    หากที่นั่งเหล่านี้ว่างคุณสามารถที่จะนั่งได้ การปล่อยให้ที่นั่งเหล่านี้ว่างเป็นเพียงการแนะนำแต่หากคุณรู้สึกเมื่อยล้าจากการท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งพักที่เก้าอี้เหล่านี้ได้ เพราะคนเกาหลีก็ทำเช่นกัน แต่เมื่อมีคนตั้งครรภ์ หรือคนสูงอายุ ขึ้นมาบนรถ ก็ควรจะลุกให้เขานั่งได้

สล็อตออนไลน์

  1. วัฒนธรรมเมื่ออยู่ในร้านอาหาร
    สั่งอาหารในร้านอาหารที่เกาหลี ร้านอาหารในเกาหลีส่วนมาก โดยเฉพาะร้านที่พึ่งเปิดตัวใหม่มักที่จะมีกระดิ่งให้กดสำหรับการเรียกพนักงาน โดยกระดิ่งนี้จะติดอยู่ในบริเวณที่อาจจะยากสำหรับการมองหาซักเล็กน้อยเนื่องจากมักที่จะติดอยู่ที่บริเวณมุมสุดของโต๊ะหรือบริเวณด้านข้างของโต๊ะซึ่งทำให้สะดวกต่อการเรียกพนักงาน ทำให้เราไม่ต้องตะโกนเรียกเสียงดังๆ
    บางร้านจะไม่ติดกระดิ่งเพื่อเรียก เนื่องจากทางร้านส่วนมากคิดว่าการกดกระดิ่งที่มีเสียงดังมากๆ จะสร้างเสียงดังรบกวนลูกค้าท่านอื่นได้ แต่คุณไม่ต้องกังวลไปเนื่องจากที่ร้านอาหารประเภทนี้มีการบริการที่ดีมากๆ ฉะนั้นพนักงานจะเดินมาหาคุณทันทีเพียงแค่สบตากับพวกเขาหรือยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย
    หากท่านทานที่ร้านอาหารเก่าหรือร้านภายในตลาด (street food) ซึ่งบ่อยครั้งที่เจ้าของร้านหรือพนักงานไม่สังเกตุเห็นเราเนื่องจากภายในร้านมักที่จะมีคนจำนวนมากและพนักงานก็วุ่นอยู่กับการทำอาหาร ในกรณีนี้คุณควรที่จะตะโกนเรียก “ซาจังนิม (เจ้าของ)” ออกมาดังๆ และเขาจะเดินมาที่โน๊ะคุณและทำการรับออเดอร์ “ซาจังนิม” คือคำพูดที่ดีมากกว่าสำหรับการใช้เรียกพวกเขาแทนการเรียกว่า “อาจุมม่า”
    เมื่อเจ้าของร้าน หรือพนักงานร้านเดินมาที่โต๊ะของคุณ คุณก็สามารถที่จะทำการสั่งอาหารได้เลย และไม่ต้องกังวลไปเนื่องจากพวกเขามีความชำนาญและสามารถทำความเข้าใจหรือจดออเดอร์ได้ทันที เพียงแค่เราชี้ที่รูปภาพอาหารหรือเมนูหรือจำนวนที่ต้องการสั่ง คนเกาหลีส่วนมากสามารถที่จะพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ ดังนั้นหากคุณสามารถที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ก็ไม่มีปัญหาในการสั่งอย่างแน่นอน
    ต้องให้ทิปที่ร้านอาหารในเกาหลีหรือไม่? ในร้านอาหารส่วนมากที่เกาหลี คุณจะต้องทำการชำระเงินค่าอาหารที่เคาท์เตอร์และส่วนมากก็มักที่จะจ่ายด้วยบัตรเครดิตกัน ดังนั้นแทบจะไม่มีการชำระเงินที่โต๊ะเลยที่ร้านอาหารในเกาหลี ซึ่งคุณไม่จำเป็นที่จะต้องให้ทิปกับพนักงานและจะไม่มีพนักงานที่ยืนรอรับทิป เนื่องจากค่าบริการได้รับการรวมไปกับบิลเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นการให้ทิปจึงไม่ใช่วัฒนธรรมของที่เกาหลี
  2. วัฒนธรรมเกี่ยวกับสุขลักษณะอนามัยของเกาหลี
    ปวดท้องแต่หาห้องน้ำไม่เจอทำยังไง หากมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินใกล้ๆ ก็วิ่งลงไปได้เลย เนื่องจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมีห้องน้ำ ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเดินไปให้ไกลเพื่อหาห้องน้ำเข้าแค่ลงไปที่สถานีได้เลย แต่บางสถานีก็มีห้องน้ำให้เข้าเฉพาะอยู่ที่บริเวณด้านในคือหลังจากที่แตะบัตรผ่านประตูเข้าไปแล้ว ฉะนั้นลองตรวจสอบให้ดีก่อน กรณีไม่ไหวจริงๆก็แตะเข้าไปแล้วออกมาใหม่ดีกว่า
    หากมีร้านคาเฟ่อยู่ใกล้ๆ ก็วิ่งเข้าไปได้เลย ห้องน้ำที่ร้านคาเฟ่จะต้องสะอาดกว่าอย่างแน่นอน เนื่องจากได้รับการทำความสะอาดบ่อย ฉะนั้นสามารถใช้บริการได้อย่างสบายเลย แต่หากรู้สึกว่าไม่สะดวกใจในการเข้าใช้ห้องน้ำที่คาเฟ่ทั้งๆ ที่ไม่ได้สั่งอะไรก็สามารถที่จะสั่งเครื่องดื่มซักเล็กน้อยเพื่อขอเข้าห้องน้ำก็ได้
    นอกจากที่เหล่านี้ก็ยังมีโรงพยาบาล, ธนาคารหรือสถานที่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีห้องน้ำให้เข้ากัน คุณสามารถที่จะเข้าห้องน้ำที่สะอาดได้ในสถานที่เหล่านี้…
    กรณีอยู่บนรถบัส จะเป็นกรณีที่ยากมากๆ หากคุณกำลังใช้บริการ express bus ในกรณีนี้อย่าเก็บเอาไว้และบอกกับคนขับ คนขับจะพยายามที่จะหาห้องน้ำให้และทำการรอคุณ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปและบอกกับคนขับได้เลย…
  3. วัฒนธรรมเกาหลีอื่นๆ
    ปฏิเสธการดื่มดีไหม เมื่อมีผู้ใหญ่ส่งเหล้าให้การปฏิเสธถือเป็นการไม่ให้เกียรติ คนเกาหลีก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงเช่นกันหากทำได้ บางครั้งเขาก็ทำการเทเหล้าทิ้งอย่างลับๆ ลงบนพื้นหรือดื่มเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นหากโดนให้ดื่มวันช็อตหรือเติมน้ำเปล่าลงไปในแก้วหรือหาวิธีการอื่นๆ เพื่อหลักเลี่ยงการดื่มในจำนวนมากๆ
    ทางที่ดีในการเลิกดื่มคือการบอกออกไปตรงๆ เลย เพราะหากพยายามที่จะดื่มต่อไปเรื่อยๆเพียงเพราะบรรยากาศรอบๆ ตัวละก็ อาจที่จะทำให้คุณมีช่วงเวลาที่ยากล้ำบากได้ หากคุณบอกว่าต้องการที่จะหยุดดื่ม คนส่วนมากก็จะให้คุณหยุด
    ประเทศเกาหลีไม่มีตำรวจหรือ? ประเทศเกาหลีขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เป็นที่ขึ้นชื่อว่าคุณสามารถที่จะวางของทิ้งไว้ที่โต๊ะได้โดยที่ไม่มีใครมาขโมยไป เนื่องจากที่นี่มีจำนวนของกล้องวงจรปิดมากมายตามสถานที่ต่างๆและยังมีสถานีตำรวจตั้งอยู่หลายแห่งอีกด้วย ทำให้สามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างง่ายและรวดเร็ว
    หมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจที่เกาหลีคือ 112 และสถานีดับเพลิงคือ 119 หากคุณอยู่ในสถานะการณ์ฉุกเฉินจริงๆละก็สามารถที่จะโทรศัพท์ไปยังหมายเลขเหล่านั้นและขอความช่วยเหลือได้เลย…
    เราไม่สามารถที่จะพูดภาษาเกาหลีได้แม้แต่คำเดียวควรทำอย่างไรดี จากการที่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่เกาหลีนั้นเพิ่มขึ้นแต่เนื่องด้วยประเทศเกาหลี มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ทำให้ชาวต่างชาติอาจไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมของเกาหลีที่ได้พบเจอ และคนเกาหลี”บางคน”ก็มีพฤติกรรมที่ต่อต้านชาวต่างชาติแบบไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย
    แต่นี่ไม่ได้หมายถึงว่าคนเกาหลีทุกคนเกลียดชาวต่างชาติแต่เป็นเพียงแค่การแสดงออกถึงความกลัวของพวกเขาเกี่ยวกับผู้คน พฤติกรรมและวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นชินและแตกต่างกันของไปของชาวต่างชาติ
    คุณอาจที่จะกลัวเกี่ยวกับการแบ่งแยกว่าเป็นชาวต่างชาติ หรือการถูกแบ่งแยกอย่างแท้จริงจากสังคม แต่เราอยากให้ทราบกันไว้ว่ามีคนเกาหลีจำนวนมากที่ต้อนรับและรู้สึกดีกับชาวต่างชาติ หากต้องการที่จะขอความช่วยเหลือก็มองหาคนที่ดูเป็นมิตรและเข้าไปสอบถามกันดูได้

jumboslot

วัฒนธรรมของประเทศเกาหลี ที่ควรรู้ ก่อนไปสอบ PAT 7.7
การเรียนรู้ภาษาใดๆ ก็ตามเราก็ควรเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศเจ้าของภาษาเอาไว้ด้วย เพื่อที่จะทำความเข้าใจในการใช้ภาษามากยิ่งขึ้น ส่วนน้องๆ ม.6 ที่อยากเข้าเอกภาษาเกาหลี หรือต้องการใช้คะแนนภาษาเกาหลีเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็จำเป็นที่จะต้องรู้วัฒนธรรมเกาหลีบ้าง วันนี้เราก็เลยมีมารยาทบนโต๊ะอาหารของชาวเกาหลีมาฝากกัน

  1. ก่อนกินอาหาร
    – จะต้องมองตรงไปที่อาหารที่กำลังจะกิน แล้วพูดว่า 잘 먹겠습니다 (อ่านว่า ชัล ม็อก เก็ต ซึม นี ดา) ซึ่งแปลว่า จะทานให้อร่อยนะคะ/ครับ
    – สังคมเกาหลีเป็นสังคมที่เคร่งครัดเรื่องลำดับอาวุโส ดังนั้นในการที่จะกินข้าว ผู้ที่อายุน้อยกว่าก็ต้องรอให้ผู้อาวุโสหยิบตะเกียบ หรือช้อนขึ้นมาเริ่มทานอาหารก่อน ผู้ที่อายุน้อยกว่าถึงจะเริ่มทานอาหารได้
  2. ระหว่างกินอาหาร
    – ห้ามจาม หรือสั่งขี้มูกบนโต๊ะอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการกระทำที่ถือว่าไม่มีมารยาทเอามากๆ ถ้าต้องการจะสั่งน้ำมูกให้ลุกออกจากโต๊ะอาหาร แล้วหยิบทิชชู่เพื่อไปสั่งน้ำมูก หรือจาม ด้านนอกห้องทานข้าว
    – ห้ามยกถ้วยข้าว หรือถ้วยซุปขึ้นมาระหว่างที่กินอาหาร ทุกอย่างจะต้องวางอยู่กับโต๊ะ ยกเว้นที่ขยับอยู่สองอย่างคือช้อน กับตะเกียบ
    – รินเครื่องดื่มให้คนอื่น ก่อนที่จะเทน้ำให้ตัวเอง จะต้องเทน้ำให้กับผู้อาวุโสก่อน เช่นเดียวกับเพื่อนบ้าน หรือคนที่นั่งร่วมโต๊ะ เราก็ควรแสดงเทให้ให้อีกฝ่าย ถ้าแก้วของเพื่อนบ้านนั้นว่างเปล่าหรือมีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว แล้วเพื่อนบ้านก็จะปฏิบัติกับเราเช่นเดียวกัน
    วัฒนธรรมของประเทศเกาหลี ที่ควรรู้
    – ไม่ปฏิเสธเวลาที่มีคนยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ โดยเฉพาะเวลาที่คนที่อายุมากกว่า หรืออาวุโสยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ แต่เวลากินก็ต้องระวัง อย่าดื่มเยอะเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว
    – ห้ามปักตะเกียบลงบนถ้วยข้าว เพราะการปักตะเกียบลงบนถ้วยข้าว เป็นธรรมเนียมในการไหว้บรรพบุรุษ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายอีกด้วย
  3. หลังกินอาหารเสร็จ
    ถ้าไปกินข้าวที่บ้านเพื่อน หรือมีคนพาคุณไปเลี้ยงข้าว เมื่อกินข้าวหมดแล้วจะต้องพูดว่า 잘 먹었습니다 (ชัล ม็อก ก็อต ซึม นี ดา) แปลว่าอิ่มแล้วค่ะ ซึ่งประโยคนี้อีกนัยหนึ่งก็นอกจากเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องพูดก่อน และหลังกินข้าวแล้ว ยัง เป็นการแสดงความขอบคุณ ที่เลี้ยงอาหารมื้อนั้นอีกด้วย
    เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับวัฒนธรรมการทานอาหารของคนเกาหลี ซึ่งอาจจะยุ่งยากไปเสียหน่อย แต่ทุกคนก็จำเอาไว้เป็นเกร็ดความรู้กันได้นะคะ เพื่ออาจจะออกข้อสอบ หรือได้ไปร่วมโต๊ะกับเพื่อนชาวเกาหลีจะได้ไม่งงว่าเขามีธรรมเนียมปฏิบัติยังไง

slot

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จอย่างมากในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งผ่านทาง “สินค้าทางวัฒนธรรม” ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรม ดนตรี ภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และสื่อบันเทิงต่างๆ รวมถึงการศึกษา การท่องเที่ยว และแม้แต่การทำศัลยกรรมสไตล์เกาหลี จะเห็นได้ว่ากระแส Korea Wave หรือกระแสนิยมวัฒนธรรมเกาหลีได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลีใต้แบบก้าวกระโดด จนเป็นที่จับตามองของหลายประเทศทั่วโลก