Jangseong Baekyang Maple Festival เพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีที่จุดสูงสุดของฤดูใบไม้ร่วง

Jangseong Baekyang Maple Festival เพลิดเพลินไปกับใบไม้เปลี่ยนสีที่จุดสูงสุดของฤดูใบไม้ร่วง

jumbo jili

เทศกาลใบเมเปิ้ล Jangseong Baekyang เป็นเทศกาลที่แสดงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามของภูเขา Baekam และวัด Baekyangsa ใน Jangseong, Jeollanam-do จัดขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 และจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยเลือกช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ที่จุดสูงสุด แพคัมซานเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแนจังซาน วัดแพคยังซาตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของภูเขาแพคัมและสร้างขึ้นในสมัยของกษัตริย์มูแห่งแพ็กเจ เทศกาลใบเมเปิ้ล Jangseong Baekyang เป็นเทศกาลที่คุณสัมผัสได้ถึงความงามของธรรมชาติที่จุดสูงสุดของฤดูใบไม้ร่วง

สล็อต

เทศกาลใบเมเปิ้ล Jangseong Baekyang จัดขึ้นตั้งแต่ปี 1996 ที่ภูเขา Baekamsan และวัด Baekyangsa ใน Jangseong-gun, Jeollanam-do ช่วงเวลาของเทศกาลจะแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศ เนื่องจากช่วงเวลาของการชมใบไม้เปลี่ยนสีจะแตกต่างกัน โดยปกติจะจัดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
Baekamsan ซึ่งจัดเทศกาล Baekyang Maple ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเทือกเขา Noryeong และความสูงของภูเขาคือ 722 เมตร ภูเขาแพคัมซาน ประกอบด้วย แบกก์โบง ซังวังบง และศสาบง มีหินแปลก ๆ และหินแปลก ๆ มากมายในภูเขาแพคัมซาน และมีอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ เช่น ต้นบิจาและต้นเมเปิลที่สวยงาม วัดแพคยังซาตั้งอยู่ที่เชิงเขาด้านตะวันออกของภูเขาแพคัมและเป็นสำนักงานใหญ่ของตำบลทั้ง 18 แห่งของนิกาย Jogye แห่งศาสนาพุทธของเกาหลีและมีวัดสาขา 26 แห่ง วัดแพคยังซาสร้างขึ้นโดยยอวานในปี 632 (ปีที่ 33 ของกษัตริย์มูแห่งแพ็กเจ) ในปี 1034 (ปีที่ 3 ของกษัตริย์ Deokjong แห่ง Goryeo) Seonsa Jung ได้ร้องเพลงและเผยแพร่ Pure Land Method โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Jeongtosa Temple ไม่ชัดเจนเมื่อ Jeongtosa ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Baekyangsa อีกครั้ง บางคนบอกว่าเป็นช่วงรัชสมัยของกษัตริย์ Seonjo หรือ King Sukjong แต่เนื่องจากเขียนว่า Jeongtosa ของ Baeksan ในรัชสมัยของ King Heonjong และ King Cheoljong ดูเหมือนว่าไม่เก่ามากที่เรียกว่า Baekyangsa
มีตำนานที่เกี่ยวข้องกับชื่อวัดแบคยังซา ในรัชสมัยของกษัตริย์ซุกจงแห่งราชวงศ์โชซอน ขณะที่อาจารย์ฮวานยังกำลังเทศน์อยู่ที่วัดนี้ แกะขาวตัวหนึ่งลงมาและตั้งใจฟังเทศนาอย่างตั้งใจ เมื่อเทศนาจบ แกะก็ร้องไห้ กราบอาจารย์ บอกว่าเดิมเป็นพระเจ้า แต่กลายเป็นแกะ เพราะทำผิดต่อสวรรค์ ต่อมาได้เป็นพระเจ้า เสด็จขึ้นสวรรค์ หลังจากนั้นวัดนี้เรียกว่าแบกยังซา ระหว่างการรุกรานของญี่ปุ่น วัดแพคยังซายังเป็นหนึ่งในสำนักงานใหญ่ 31 แห่งอีกด้วย
Jangseong Baekyang Maple Leaves Festival เป็นเทศกาลที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับใบไม้เปลี่ยนสีและสัมผัสความงามของธรรมชาติด้วยวัด Baekyangsa ซึ่งเป็นวัดอายุนับพันปีเป็นเวที และภูเขา Baekam เป็นพื้นหลัง ตั้งแต่ปี 2017 เวทีหลักและพิธีเปิดถูกยกเลิกอย่างกล้าหาญ และมีการแสดงเล็กๆ ริมถนนตั้งแต่ทางเข้าวัด Baekyangsa ไปจนถึง Ssangye Pavilion เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินอย่างเป็นธรรมชาติ คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติและใบไม้สีแดงบนท้องฟ้าสีฟ้าผ่านการเดินป่าที่ภูเขาแพคัมซาน เป็นเทศกาลที่ความงามของวัดอายุนับพันปีและความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีผสมผสานกับฉากหลังของภูเขาแพคัม และทุกคนก็กลายเป็นตัวละครหลักผ่านเนื้อหาที่หลากหลาย นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาล Baekyang Maple ได้มีการโฆษณาสินค้าทางการเกษตรของ Jangseong และมีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น
เทศกาล Jangseong Autumn Leaves Festival กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพในฐานะเทศกาลที่นำโดยเอกชน และมีเป้าหมายที่จะเป็นเทศกาลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดมากกว่าเทศกาลการบริโภคและสิ้นเปลือง เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่ Jangseong จัดขึ้นที่จุดสูงสุดของเทศกาลดอกไม้ในฤดูใบไม้ร่วง ใช้ประโยชน์จากของขวัญจากธรรมชาติเพื่อสร้างเทศกาลที่ยั่งยืนและเป็นหนึ่งเดียว
Expo Park Autumn Foliage Festival เทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสีที่จัดขึ้นทุกปีในสวนสาธาณะที่ใหญ่ที่สุดในโอซาก้า ตามไปเก็บภาพความงามของเหล่าใบไม้ที่ค่อยๆ พร้อมใจกันเปลี่ยนสีสัน ซึ่งนอกเหนือจากต้นเมเปิ้ลแล้ว ยังมีต้นแปะก๊วย ต้นคาเอเดะ(เมเปิ้ลสามแฉก) และต้นไม้นานาพันธุ์กว่า 20 ชนิด จำนวนกว่า 10,000 ต้นที่สร้างทิวทัศน์งดงามราวกับผืนผ้าที่ถูกถักทอขึ้น

สล็อตออนไลน์

ในยามค่ำคืนทางสวนจะจัดอีเว้นท์ MOMIJI Night Forest ที่บริเวณฝั่งตะวันตกของสวนญี่ปุ่นเชิญชวนผู้คนให้ตามมาสัมผัสประสบการณ์ชมใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศเงียบสงบที่มีเพียงแสงดาวเคียงคู่ความงามของใบเมเปิ้ลสีแดง (อีเว้นท์นี้จัดเพียงบางวันเท่านั้น) นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การแสดงคอนเสิร์ต พิธีชงชา และชิมขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาลในห้องชงชาที่จะเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมเฉพาะช่วงเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี เป็นต้น
ช่วงปลายปี ประเทศญี่ปุ่น คงเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวสำหรับใครหลายๆคน เพราะช่วงนี้จะมี เทศกาลชมใบไม้เปลี่ยนสี ให้เราไปสัมผัสกับความสวยงามของสีสันของใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีแดง ตามลำดับ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีก็คือ ตั้งแต่เดือนกันยายน – เดือนธันวาคม โดยเราสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น โดยจะเป็นการไล่จากเหนือสุดลงไปสู่ทางใต้สุดของประเทศนั่นก็คือ ฮอกไกโด ไปสู่ คิวชู นั่นเอง และเราได้ทำการคัดจุดชมดอกไม้เปลี่ยนสีสวยๆมาฝาก ความสวยงามและบรรยากาศของแต่ละที่จะแตกต่างกัน ใครชอบที่ไหนก็ปักหมุดแล้วไปเที่ยวกันได้เลย
วัดไดโกจิ (Daigoji Temple) – เกียวโต
วัดนี้เป็นวัดมรดกโลกซึ่งเป็นหนึ่งในวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรมอย่างเกียวโต วัดนี้กินพื้นที่กว้างขวาง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีศาลาสีแดงที่ตั้งอยู่กลางน้ำจะถูกล้อมรอบไปด้วยใบเมเปิ้ลสีแดงสด ถ้าเป็นคนรักการเดินเล่นชมธรรมชาติ ที่นี่ยังเป็นเส้นทางปีนเขาสุดฮิตของคนที่ชื่นชอบการผจญภัยอีกด้วย และสำหรับใครที่อยากขึ้นไปบนเทือกเขาเพื่อชมวิวเมืองโอซาก้าสามารถเดินขึ้นไปด้านบนได้ เพราะข้างบนมีศาลาไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่
สวนริคุงิเอน (Rikugien Garden) – โตเกียว
ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมมากอีกที่นึง โดยที่นี่เป็นการจัดสวนแบบแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ 6 ส่วน โดยเราสามารถเดินชมรอบๆสวนพร้อมกับวิวบนเนินเขาที่อยู่รอบๆสะพานโทเกสึเคียว (Togetsukyu Bridge) และต้นเมเปิ้ลที่อยู่ริมคลองได้เลย ตรงกลางของสวนจะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งล้อมรอบไปด้วยเนินเขาและต้นไม้ ใครที่เป็นสายชอบเดินชมธรรมชาติบอกเลยว่าต้องสวยถูกใจแน่นอน
หุบเขานารูโกะ (Naruko Gorge) – โทโฮคุ
ที่นี่เป็นหนึ่งในหุบเขาที่สวยงามที่สุดและเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคโทโฮคุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดมิยากิ อยู่ห่างจากเซนไดไปประมาณ 70 กิโลเมตร จุดชมธรรมชาติที่ดีที่สุดของที่นี่คือบริเวณศาลา Narukokyo Resthouse และจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งคือสะพานโอฟุคาซาว่า(Ofukazawa Bridge) นอกจากนั้นที่นี่ยังมีเส้นทางเดินป่าสำหรับชมวิวทิวทัศน์ของป่าได้อีกด้วย
น้ำตกเคงอน (Kegon Waterfall) – นิกโกะ
น้ำตกนี้มีความสูงเกือบ 100 เมตร และเป็น 1 ใน3 น้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น [ร่วมกับน้ำตกนาจิ (Nachi Waterfall) ที่วากายามะ และน้ำตกฟูคุโรดะ(Fukuroda Waterfall) ที่อิบารากิ] และที่นี่ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม และในฤดูหนาวน้ำตกของที่นี่จะแข็งตัวค้างไว้อีกด้วย

jumboslot

ถนนต้นแปะก๊วย อิโช นามิกิ (Icho Namiki) – โตเกียว
ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยม ทั้งในแง่ของการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีและจุดถ่ายภาพสวยๆ ตั้งอยู่ถัดจากสวนเมจิ จินกุ ไกเอน (Meiji Jingu Gaien Park) ยิ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายนใบไม้จะเริ่มร่วงหล่นทำให้พื้นถนนตรงนั้นเต็มไปด้วยใบไม้สีเหลือง และใกล้ๆกันนั้นยังมีร้านคาเฟ่และร้านอาหารเยอะแยะมากมาย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ถูกใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์หลายๆเรื่องด้วย
โมมิจิ ไคโร อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Momiji Kairo Kawaguchiko) – ฟูจิ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการมาชมดอกไม้เปลี่ยนสีคือช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน โดยต้นเมเปิ้ลที่อยู่สองฝั่งคลองจะเปลี่ยนเป็นสีส้มและสีแดง และใบไม้ที่ร่วงหล่นก็จะตกลงไปในคลอง ทำให้ทั้งด้านบนและด้านล่างของที่นี่เต็มไปด้วยใบเมเปิ้ล และกิ่งของต้นเมเปิ้ลโน้มเข้าหากันตรงกลาง ทำให้มองแล้วคล้ายกับอุโมงค์ต้นเมเปิ้ล และในช่วงกลางคืนที่นี่จะมีไฟ illumination เปิดประดับตามทางเดินตลอดแนวอีกด้วย
วัดบิชามอนโด (Bishamon – do Temple) – เกียวโต
วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในแถบยามาชินะ ที่นี่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากอีกที่หนึ่ง นอกจากนั้นยังเป็นวัดเก่าแก่ที่ผู้คนนิยมเดินทางมากราบไหว้และขอพรจากพระภายในวัด ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะทำให้การค้าขายเจริญรุ่งเรืองและครอบครัวมีความสุขปลอดภัยจากอัตรายต่างๆ ตลอดเส้นทางจะเต็มไปด้วยใบเมเบิ้ลสีแดงตลอด 2 ข้างทาง ทำให้มองดูแล้วเหมือนเป็นอุโมงค์ของต้นไม้ที่เปลี่ยนสีได้
ถนนสายโรแมนติค อิโรฮาซากะ (Irohazaka Winding Road) – นิกโกะ
สำหรับคนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบ Raod Trip แนะนำที่นี่เลย เพราะนี่คือเส้นทางขับรถชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยเส้นทางนี้มีระยะทาง 350 กิโลเมตร วิ่งจากเมืองอุเอดะในจังหวัดนากาโน ลัดเลาะตามเขาไปเรื่อยๆผ่านจังหวัดกุนมะ แล้วไปสิ้นสุดที่นิกโกะ โดยเส้นทางของถนนสายนี้จะเป็นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว ถ้าขับไปจนถึงยอดเขาพอมองลงมาเราจะเห็นถนนที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี
วัดคิโยะมิซุ (วัดน้ำใส) (Kiyomizu – dera) – เกียวโต
วัดน้ำใสเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงมากของเมืองเกียวโต เมื่อถึงฤดูการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะมีการเปิดไฟที่ต้นไม้และอาคารของวัดในช่วงหัวค่ำด้วย ที่นี่สร้างอาคารไม้ขนาดใหญ่โดยไม่มีการใช้ตะปูใดๆทั้งสิ้น ถือว่าเป็นภูมิปัญญาของคนโบราณจริงๆ เสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน และโถงอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และเป็นมุมที่ใครหลายๆคนจะต้องเดินไปถ่ายภาพ
อาราชิยาม่า (Arashiyama) – เกียวโต
ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการมาชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ใกล้กับเกียวโต ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนธันวาคม ต้นเมเปิ้ลที่บริเวณหุบเขาจะเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ซึ่งเราสามารถนั่ง รถไฟสายโรแมนติก ซากาโน่ (Sagano Torokko/ Sagano Romantic Train) เพื่อชมความสวยงามขอใบไม้เหล่านี้ได้
ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Lake Kawaguchiko) – ฟูจิ
เป็นทะเลสาบที่สามารถเดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุดในบรรดา 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่จะเริ่มประมาณช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน มุมที่คนนิยมไปถ่ายรูปกันก็คือมุมที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบ และใบเมเปิ้ลทางด้านชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบ

slot

หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ (Shirakawa – go) – โทยามา
อีกชื่อหนึ่งของที่นี่คือ หมู่บ้านโอกิมาจิ(Ogimachi Village) ถือเป็นที่ท่องเที่ยวหลักชิราคาวาโกะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ โดยเป็นบ้านไร่สไตล์ญี่ปุ่นประมาณ 12 หลัง และความพิเศษคือบ้านเหล่านี้ยังเปิดให้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกด้วย โดยรอบจะมีภูเขาที่มีใบไม้เปลี่ยนสีเป็นฉากหลัง แถมยังให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นย้อนยุคอีกด้วย นอกจากนั้นที่นี่ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกยูเนสโกปี ค.ศ. 1995