เทศกาล Seogwipo Chilsimni ขบวนพาเหรด 105 หมู่บ้านในซอกวิโพ

เทศกาล Seogwipo Chilsimni ขบวนพาเหรด 105 หมู่บ้านในซอกวิโพ

jumbo jili

Seogwipo Chilsimni ได้รับการตั้งชื่อตามระยะทาง 70 ลี้จากประตูอย่างเป็นทางการของ Jeongeui-hyeon ไปยังประตู Seogwijin ใน Seogwipo ในสมัยราชวงศ์โชซอน ชาวเมืองซอกวิโพเริ่มต้นเทศกาลซอกวิโพชิลซิมนีในปี 2538 และในขณะที่จังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจูกลายเป็นจังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจูในปี 2549 พลเมืองนัมเจจูก็เข้าร่วมด้วย ศูนย์กลางของเทศกาล Seogwipo Chilsimni คือ Chilsimni Grand March เป็นโครงการที่ชาวบ้าน 105 หมู่บ้านในซอกวิโพเดินขบวนผ่านขบวนแห่ของนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้าน และวัฒนธรรม เทศกาลนี้จัดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี

สล็อต

เทศกาล Seogwipo Chilsimni เป็นการแสดงออกถึงการเกิดและศักยภาพของ Chilsimni ซึ่งเป็นฐานของชีวิตใน Seogwipo มันรวบรวมความงามและความลึกลับของเกาะ เรื่องราวที่พวกเขาแบ่งปัน ความฝันและความรักที่พวกเขาหวงแหน เทศกาล Seogwipo Chilsimni ซึ่งเริ่มในปี 1995 มีศูนย์กลางที่พลเมือง Seogwipo จนกระทั่งกลายเป็นจังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจูในปี 2006 แต่ต่อมาได้รวมเข้ากับพลเมืองของ Namjeju หัวใจสำคัญของเทศกาล Seogwipo Chilsimni คือ Chilsimni Grand March Chilsimni Grand March เป็นเทศกาลท้องถิ่นที่ชาวซอกวิโพและชาวนัมเชจูเดินร่วมกันเพื่อสร้างนิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้าน และวัฒนธรรม จัดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี เรื่องราวพิเศษจาก 105 หมู่บ้านในซอกวิโพจะเป็นธีมของเทศกาล และโปรแกรมประสบการณ์ทางทะเลและพื้นบ้านต่างๆ จะจัดขึ้น เช่น การทำฟาร์ม การทำต้นขาในน้ำ การแกะสลักไม้โดลฮารูบัง การแข่งขันว่ายน้ำแฮนยอเทวัก และการตกปลาทะเล
ในสมัยราชวงศ์โชซอน เกาะเชจูถูกแบ่งออกเป็นเชจูมก อึยฮยอน และแดจองฮยอน และระยะทางจากประตูทางการของจองอึยฮยอนถึงประตูซอกวิจินในซอกวิโพคือประมาณ 70 ลี้ ดังนั้นชื่อซอกวิโพ ได้ให้พริกหยวก ตามรายงานของ Euihyeonjo เล่มที่ 38 ของ 『Shinjeungdongguk Yeojiseungram』 มีบันทึกว่า ‘ระยะทางจาก Jeonguihyeonseong ถึง Hongnotnae (洪爐川, Sotbatnae) คือ 64 ri และระยะห่างจากที่พักพิง Seogwipo คือ 71 ri’ นอกจากนี้ ตาม 『Namcheonrok (南遷錄)』 เขียนโดย Kim Seong-gu (金聲久) ผู้ว่าราชการ Jeongui-hyeon ในปี 1679 (ปีที่ 5 ของ King Sukjong) ‘ระยะทางจาก Gwana ของ Jeongui-hyeoncheong ถึง Otgwi [ตอนนี้ Uigwi-ri] คือ 30 ri และจาก Ogwi ถึง Seogwipo คือ 40 li ถนนทุกสายสอดคล้องกับทะเล แต่ไม่มีที่ขรุขระ ระหว่างทางผ่าน 70 รี ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ยกเว้นสองหมู่บ้าน Otgwi และ Shedun [ปัจจุบันคือ Hyodon] หญ้าที่ปลูกตามอำเภอใจกระจัดกระจายไปทั่วทุ่งและสิ่งที่คุณเห็นไม่มีที่สิ้นสุด ในช่วงราชวงศ์โชซอน Seogwipo เป็นของ Eui-hyeon-hyeon และไม่ใช่ท่าเรือที่มีชื่อเสียง ซอกวิโพกลายเป็นท่าเรือสำคัญทางตอนใต้ของเกาะเชจูเมื่อชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเข้ามาและไปในช่วงยุคอาณานิคมของญี่ปุ่น วลี Seogwipo Chilsimni สืบทอดมาจากนิทานพื้นบ้านตั้งแต่สมัยโบราณ แต่กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเนื่องจากถูกเรียกว่าเพลงในช่วงยุคอาณานิคมของญี่ปุ่น เนื้อเพลง Seogwipo Chilsimni ที่รู้จักกันในขณะนี้มีดังนี้

  1. ซอกวิโพ ที่ทะเลกำลังสั่นสะเทือน / สาวขุดมุกหายไปไหน / ฉันคิดถึงเสียงนกหวีด ฉันคิดถึงเสากระโดงคู่ / นกน้ำส่งเสียงเจี๊ยก ๆ ในซอกวิโพ ชิลซิมนี
  2. ซอกวิโพเปียกโชกด้วยหินเปลือกหอยมุก / ผู้หญิงที่สระผมไปไหน / คิดถึงพระจันทร์ตอนเย็น คิดถึงดาวยามเย็น / ฉากพลบค่ำที่ซอกวิโพ ชิลซิมนี
  3. Seogwipo ที่เม็ดทรายตะโกน / ชาวประมงไปไหน / คิดถึงเม็ดทราย คิดถึงหอยมุก / Seogwipo Chilsimni สาบานได้ดีมาก

สล็อตออนไลน์

หลังจากการปลดปล่อย Cho Joo-am ผู้เขียนเนื้อเพลงของ Chilsimni ใน Seogwipo ได้ย้ายไปทางเหนือ และเนื่องจากเนื้อเพลงเขียนขึ้นโดยบุคคลในตำนาน เช่น Choo Mi-rim และ Park Nam-po อัลบั้มที่มีการแก้ไขจึงได้รับการปล่อยตัว เนื้อเพลง ณ เวลานี้คือ

  1. ซอกวิโพ ที่ซึ่งทะเลกำลังเต้นเป็นคลื่น / สาวขุดมุกไปไหน / ฉันคิดถึงเสียงนกหวีด คิดถึงเพลงเรือ / ทไวไลท์กำลังมาที่ชิลซิมนี ซอกวิโพ
  2. ซอกวิโพที่มีเกล็ดสีเงินระยิบระยับลอยอยู่ในน้ำ / ผู้หญิงที่เก็บสาหร่ายไปไหน / ฉันคิดถึงหอยเงิน ฉันคิดถึงน้ำทะเลสีฟ้า / ดวงดาวช่างเหงาในชิลซิมนี ซอกวิโพ
  3. ซอกวิโพ ฝันเห็นไข่มุกพลิ้ว / สาวหอยเป๋าฮื้อไปไหน / คิดถึงนกน้ำ คิดถึงหอยมุก / หมอกน้ำสวยที่ชิลซิมนี ซอกวิโพ
    เทศกาลช่วงฤดูร้อน ในประเทศเกาหลีใต้
    ฤดูร้อน Summer จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายน มีเทศกาลที่น่าสนใจ ดังนี้
    muju-fireflyเดือนมิถุนายน เทศกาลชมหิ่งห้อยมูจู (Muju Firefly Festival) จัดขึ้นที่ เมืองมูจู จังหวัด ชอลลาบุกโด ใช้เวลาเดินทางจากกรุงโซล ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือโดยรถโดยสารจากสถานียองดองไปยังมูจู-กุน (ใช้เวลา30 นาที) สาเหตุที่จัดขึ้นที่จังหวัดมูจู เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการอยู่อาศัยของหิ่งห้อย ซึ่งหิ่งห้อยเป็นแมลงที่สร้างแสงจากอวัยวะเรืองแสงพิเศษในตัว จะเป็นที่รู้กันว่าจะอาศัย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมลพิษเท่านั้น จังหวัดนี้จึงได้เป็นแหล่งขึ้นชื่อเรื่องหิ่งห้อยที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยสถานที่จัดงาน และจุดชมหิ่งห้อย มีอยู่หลายแห่งทั่วเมือง เช่น ย่านคลอง นัมแดเชิน เป็นต้น จุดประสงค์ของงานก็เพื่อให้คนรักษ์ในสิ่งแวดล้อม และร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมให้ปราศจากมลพิษต่างๆ นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยจะได้สัมผัสกับภาพตื่นตาตื่นใจของหิ่งห้อยในช่วงค่ำคืนภาคฤดูร้อน ที่สว่างสดใสไปทั่วพื้นที่ราวกับแสงไฟ นิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหิ่งห้อยและระบบนิเวศวิทยา เกมส์การละเล่นพื้นบ้าน การพิมพ์หิ่งห้อยบนมือ ยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น สำรวจหิ่งห้อยในยามค่ำ ซึ่งภาพหิ่งห้อยที่สวยงาม ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของละครรักโรแมนติคชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Summer Scent หรือ ภาพยนตร์รักเรียกน้ำตาอย่าง The Classic และอีกหลายๆเรื่อง

jumboslot

เดือนกรกฎาคม เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพูชอน (PiFan) (Puchon International Fantastic Film Festival) จัดขึ้นที่ เมืองพูชอน (บูชอน) จังหวัด เคียงกี-โด เทศกาลมีขึ้นมาตั้งแต่ปี 1997 เป็นเทศกาลที่จัดแสดงภาพยนตร์แนวใหม่ที่ไม่ได้มีอยู่แล้วทั่วไป เน้นแหวกแนวด้านความคิดและจินตนาการของโลกแห่งอนาคต เป็นศูนย์กลางแสดงความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆที่โดดเด่นด้านภาพยนตร์ เพื่อเสนอทางเลือกใหม่ให้กับธุรกิจภาพยนตร์เกาหลี และจัดจำหน่ายในต่างประเทศ โดยในงานนี้นอกจากจะได้ชมภาพยนตร์ที่ฉายกันตลอดคืนแล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้เข้าร่วมงาน ซีเนร็อค ไนท์ (Cine Rok Night) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการชมภาพยนตร์ และคอนเสิร์ต ไปด้วยกัน มีการแนะนำภาพยนต์แนวแฟนตาซีจากนานาชาติให้แก่คอหนังชาวเกาหลี และอื่นๆอีกมากมาย
เดือนกรกฎาคม เทศกาลหมักโคลนโพเรียง (Boryeong Mud Festival) จัดขึ้นที่ ชายหาด แดเชิน เมืองโพเรียง จังหวัด ชุงชองนัมโด ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศเกาหลี นับเป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในแถบนี้ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงโซลโดย รถยนต์ และรถไฟ ประมาณ 3 ชั่วโมง เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นปีละครั้ง ซึ่งได้รับความนิยมทั้งจากคนเกาหลี และคนต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในแต่ละปีมีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามากันมากมาย เนื่องจากความโด่งดังของ โคลน ที่เมืองโพเรียง ว่าเป็นโคลนสีดำ ที่มี แร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายต่าง ๆ รวมทั้ง เจอมาเนี่ยม และเบนโทไนต์ ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญกันว่ามีคุณ สมบัติ ในการบำรุงผิวพรรณ ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง ช่วยป้องกันรังสีอินฟาเหรด มีส่วนช่วย กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิต ประทินผิว ชะลอความชรา ลบรอยเหี่ยวย่น ขจัดน้ำมันส่วนเกิน และคราบ สกปรกจากผิวหนัง นอกจากนี้แล้วโคลนที่โพเรียง ยังได้รับประกาศนียบัตร ISO 9002 และได้รับการรับรองจาก คณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกา และการรับรองคุณภาพโดยกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นอีกด้วย บรรยายภายในงานจะเต็มไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวกับโคลนทั้งสิ้น โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับการนวดตัว นวดหน้าด้วยโคลน บำรุงผิว และแต่งหน้าด้วยโคลน โดยมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การแข่งขัน มวยปล้ำ และ ชักเย่อในโคลน นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางด้านวัฒนธรรม และการเล่นพื้นเมืองของเกาหลี การประกวดภาพถ่าย และการแข่งขันวอลเล่ย์บอลชายหาด และการประกวด “ราชาโคลน” โดยนักท่องเที่ยว สามารถหาซื้อเครื่องประทินโฉมที่ทำจากโคลนในราคาพิเศษ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีชื่อเสียง ทั้งในเกาหลีและในต่างประเทศ และได้เริ่มแพร่หลายในเมืองไทยด้วยเช่นกัน นักท่องเที่ยวที่มางานเทศกาลนี้ ยังสามารถเพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ชายหาด แดเชิน ย่านตากอากาศชายหาดมูชางโพซึ่งที่นี่จะได้ชมปรากฏการณน้ำทะเลแยกตัว ซึ่งเกิดขึ้นเดือนละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เหมืองถ่านหิน และชิมอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะ เห็ดพื้นเมือง ที่เรียกว่า “เห็ดน้ำแข็ง” ซึ่งปลูกในที่ๆ มีอุณหภูมิต่ำตลอดปี รวมทั้ง ปูเมืองโพเรียง อีกด้วย

slot

เดือนสิงหาคม เทศกาลวัฒนธรรมศิลาดลที่คังจิน (Gangjin Celadon Cultural Festival) จัดขึ้นที่ เมืองคังจิน จังหวัด ชลลานัมโด เทศกาลนี้มีขึ้นมาตั้งแต่ปี 1996 และจัดขึ้นหลังจากนั้นทุกปี ปีละครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม ใช้เวลาเดินทางจากกรุงโซลประมาณ 5 ชม. ทางรถยนต์ เหตุที่เมืองคังจินได้ถูกเลือกให้ใช้จัดเทศกาลนี้ เพราะว่าเป็นเมืองที่มีดินเหนียว และฟืนอยู่มาก และอุณหภูมิกำลังพอเหมาะ ในอตีดสมัยราชวงค์โคเรียวเฟื่องฟูมาก ปัจจุบันก็เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโคเรียวในช่วงศตวรรษที่ 10 ถึง 14 ที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลี สาเหตุที่จัดให้มีเทศกาลนี้ก็เพื่อให้ ศิลาดล และมรดกวัฒนธรรมอื่นๆ ของเกาหลี เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ โดยจุดสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเทศกาลนี้ เช่น ภายในเทศกาลจะมีการแสดงประวัติศาสตร์เก่าของเครื่องปั้นดินเผาโคเรียว นิทรรศการเครื่องปั้นดินเผาจำลองในแบบโบราณ ได้ชมการสาธิตการปั้นและการอบครื่องปั้นดินเผาโดยนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถทดลองทำได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งได้เรียนรู้หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าภูมิใจของเกาหลีด้วย