เทศกาลดอกไม้ Gurye Sansuyu ประกาศฤดูใบไม้ผลิด้วยดอกไม้สีเหลืองทุกเดือนมีนาคม

เทศกาลดอกไม้ Gurye Sansuyu ประกาศฤดูใบไม้ผลิด้วยดอกไม้สีเหลืองทุกเดือนมีนาคม

jumbo jili

เทศกาลดอกไม้ Gurye Sansuyu เป็นเทศกาลดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2542 ถึงมีนาคม จัดขึ้นในเดือนมีนาคมเมื่อดอกซันซูยูสีเหลืองบานในพื้นที่ 2 กม. ที่งดงามซึ่งนำไปสู่หมู่บ้านตอนบน หมู่บ้านตอนล่าง หมู่บ้านบังก็อก และหมู่บ้านแดพยองในกูรเยกุน จอลลานัมโด น้ำมัน Cornus ที่ผลิตใน Gurye-gun มีสัดส่วนมากกว่า 70% ของการผลิตในประเทศ เนื้อหาต่างๆ ถูกจัดเรียงภายใต้ธีมของความรักนิรันดร์ ภาษาดอกไม้ของ sansuyu เป็นธีมของเทศกาล

สล็อต

เทศกาลดอกไม้ Gurye Sansuyu จัดขึ้นทุกเดือนมีนาคมตั้งแต่ปี 2542 ระยะเวลาออกดอกของคอร์นฟลาวเวอร์คือตั้งแต่กลางถึงปลายเดือนมีนาคม เมื่อดอกบ๊วยแตก ดอกคอร์นฟลาวเวอร์สีเหลืองก็เริ่มบานรอบแม่น้ำซอมจิน Sansuyu เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีใน Sandong-myeon, Gurye-gun, Jeollanam-do ว่ากันว่าชื่อซานตงเป็นเพราะสาวพรหมจารีจากมณฑลซานตง ประเทศจีน แต่งงานเมื่อพันปีก่อนที่เชิงเขา ต้นไม้นี้มีชื่อว่า Shimok (始木) แต่ตอนนี้ชาวบ้านเรียกมันว่า ‘ต้นยาย’ เพราะมันมีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมู่บ้าน Yuan-ri Upper Village ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Manbokdae, Shandong-myeon และเป็นที่รู้จักในฐานะตัวแทนหมู่บ้าน Sansuyu โดยมีต้น Sansuyu ประมาณ 30,000 ต้นที่ปลูกทั่วทั้งหมู่บ้าน Sansuyu อยู่ห่างจาก Upper Village – Lower Village – Bangok Village – Daepyeong Village เป็นระยะทาง 2 กม.
Cornus เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กผลัดใบในตระกูล Dogwood ซึ่งมีการระบายน้ำที่ดีและเจริญเติบโตได้ดีบนเนินเขาหรือแอ่งน้ำที่ระดับความสูง 300 ถึง 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยมีความแตกต่างของอุณหภูมิรายวันอย่างมาก ดอกไม้ชนิดหนึ่งผลิตดอกไม้สีเหลืองในฤดูใบไม้ผลิและผลไม้สีแดงเช่นทับทิมในฤดูใบไม้ร่วง ขนาดของคอร์นฟลาวเวอร์มีความสูงประมาณ 3-7 เมตร และใบเป็นรูปไข่ รูปไข่หรือรูปใบหอกรูปไข่ และใบอยู่ตรงข้าม ดอกไม้บานก่อนใบและส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้ประดับ สรรพคุณของคอร์นฟลาวเวอร์ถูกบันทึกไว้ใน 『ดองกิโบกัม』 ว่ารักษาโรคในผู้ใหญ่ได้หลายชนิด โรคทางนรีเวช ปวดหัว นอนดึก และปวดศีรษะ จึงเป็นที่นิยมเป็นยาสมุนไพร นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวกันว่าผลของน้ำมันคอร์นฟลาวเวอร์ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง ด้วยเหตุนี้ ในสมัยก่อน ต้นไม้ต้นนี้จึงถูกเรียกว่า ‘ต้นวิทยาลัย’ เป็นเพราะต้นคอร์นัสสามต้นมีค่ามากจนส่งลูกไปเรียนที่วิทยาลัยได้ Gurye-gun, Jeollanam-do พัฒนา sansuyuju (酒) โดยใช้ดอกไม้ sansuyu ในเดือนพฤศจิกายน 2546 และเริ่มผลิต sansuyuju อย่างจริงจังในปี 2547
เรื่องเล่าเกี่ยวกับ Cornus officinalis กาลครั้งหนึ่ง เด็กหญิงกตัญญูอาศัยอยู่กับพ่อของเธอ และวันหนึ่งพ่อเก่าของเธอล้มป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย หญิงสาวดูแลพ่อของเธออย่างดี แต่อาการแย่ลงเท่านั้น เด็กหญิงปีนภูเขาข้างหลังและสวดอ้อนวอนด้วยความจริงใจ แต่ว่ากันว่าวิญญาณแห่งขุนเขาซึ่งประทับใจในความกตัญญูของหญิงสาวนั้นได้มอบความอุดมสมบูรณ์แก่เธอ เด็กหญิงทำยาต้มผลไม้นี้และมอบให้บิดาของเธอ ว่ากันว่าบิดาของเขาหายโรคอย่างอัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้ผลไม้คอร์นฟลาวเวอร์จึงถูกเรียกว่าผลไม้ที่พระเจ้ารับประทาน
ภาษาดอกไม้ของ sansuyu คือ ‘ความรักนิรันดร์และไม่เปลี่ยนแปลง’ การใช้ภาษาดอกไม้นี้ มีธรรมเนียมในการมอบดอกไม้คอร์นฟลาวเวอร์และผลไม้ให้กับคู่รัก ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นธีมสำหรับเทศกาลด้วย เทศกาล Sansuyu จัดขึ้นที่หมู่บ้าน Gyecheok, Sandong-myeon ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกทางการเกษตรที่สำคัญอันดับ 1 ใน Jeollanam-do โดยเริ่มจากเทศกาลเพื่ออธิษฐานเพื่อการเก็บเกี่ยวที่ดี เทศกาล Sansuyu ที่มีเรื่องราวและดอกไม้สวยงาม ยังได้รับเลือกให้เป็นเทศกาลที่เป็นตัวแทนของเกาหลีโดยกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวในปี 2008
เทศกาลชมดอกซานซูยู Gurye Sansuyu Festival (구례산수유꽃축제) ทุกๆปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เมืองกูร์เยจะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกซานซูยูขึ้นที่ภูเขาจิริซาน ดอกซานซูยูเป็นดอกไม้สีเหลือง บานช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคม ทั่วทั้งเมืองจะกลายเป็นสีเหลืองทอง นอกจากได้ชมดอกไม้แล้วในเทศกาลยังการทำน้ำผลไม้, ชิมเหล้าผลไม้, งานแสดงดนตรีพื้นบ้าน, แสดงเต้นรำ และมีการจุดพลุเฉลิมฉลองอีกด้วย
ท่องเที่ยว เชื่อว่าหลายคนคงกำลังรอคอยการมาถึงของ เทศกาลชมดอกซานซูยูบาน 2015 (Gurye Sansuyu Festival 2015) เทศกาลดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิประจำปีที่จะเกิดขึ้นในบริเวณบริเวณบ่อน้ำร้อนบนภูเขา Jirisan เมืองกูร์เย (Gurye) ในประเทศเกาหลีใต้ โดยภายในงานเทศกาลจะมีการแสดงที่สำคัญต่างๆ เช่น การแสดงพื้นบ้าน การแสดงดอกไม้ไฟ การสาธิตการทำเหล้าจาก Cornus fruit การทำเหล้า Makgeolli และการแสดงอื่นๆอีกมากมาย

สล็อตออนไลน์

ราชวงศ์โครยอ ก่อตั้งใน ค.ศ. 918 และรวบรวมสามแคว้นหลังได้ใน ค.ศ. 936 จนคาบสมุทรเกาหลีเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหลังสมัยชิลลา จนถูกโค่นล้มโดยลีซองเกใน ค.ศ. 1392 สมัยโครยอเป็นสมัยที่ลัทธิขงจื้อเข้ามาในเกาหลีอย่างเต็มตัว เป็นสมัยที่ทหารปกครองบ้านเมือง และการยึดครองของมองโกลก็ทำให้วัฒนธรรมมองโกลหลั่งไหลเข้าสู่เกาหลี สมัยโครยอเป็นสมัยที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในเกาหลี มีการพิมพ์พระไตรปิฏกภาษาเกาหลีเป็นฉบับแรก คือ ไตรปิฏก โคเรียนะ เก็บไว้ที่วัดแฮอินซา
คำว่า “โครยอ” มาจาก “โคกูรยอ” หนึ่งในสามอาณาจักรโบราณของคาบสมุทรเกาหลี และเป็นที่มาของคำว่า “โคเรีย” ในภาษาอังกฤษ (โดยเรียกเพี้ยนมาจากคำว่า “โกเร” ที่หมายถึงอาณาจักรแห่งนี้ในความหมายของชาวอาหรับ) และ “เกาหลี” ในภาษาจีนกลางและภาษาไทย
ตั้งราชวงศ์
อาณาจักรชิลลาที่รวบรวมคาบสมุทรเกาหลีได้นั้นก็เสื่อมอำนาจลงทำให้เจ้าต่าง ๆ ตั้งตนเป็นใหญ่ใน ค.ศ. 892 และทำสงครามทะเลาะวิวาทกันจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง จนเหลือเจ้าที่มีอำนาจอยู่สองคน ทางใต้คือ คยอนฮวอน ซึ่งตั้งอาณาจักรแพ็กเจใหม่ ใน ค.ศ. 900 ทางเหนือคือคุงเย ตั้งอาณาจักรโคกูรยอใหม่
วังกอน อยู่ในตระกูลพ่อค้าในเมืองซ็องโด ใน ค.ศ. 895 คุงเยนำทัพจากทางเหนือเข้าบุกชิลลา ยึดเมืองซ็องโดทำให้ชาวซ็องโดทั้งหลายรวมทั้งวังกอนจึงศิโรราบต่อคุงเย วังกอนได้เป็นแม่ทัพของโคกูรยอใหม่และนำทัพเรือเข้าสู้กับแพ็กเจใหม่ที่กำลังต่อสู้กับชิลลาอยู่จนได้ชัยชนะใน ค.ศ. 903 จนคุงเยเห็นถึงความสามารถ ใน ค.ศ. 913 จึงตั้งให้เป็นอัครเสนาบดีของโคกูรยอใหม่ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น แทบง ใน ค.ศ. 911
ใน ค.ศ. 918 ขุนนางระดับสูงในแทบงก็ล้มอำนาจคุงเยตั้งให้วังกอนเป็นพระจักรพรรดิแทโจ ทรงตั้งเมืองหลวงไปที่ซ็องโดบ้านเกิด และเปลี่ยนชื่อเป็นแคซ็อง ใน ค.ศ. 927 คยอนฮวอนยกทัพบุกคยอนวอนยกทัพบุกคย็องจู (เมืองหลวงชิลลา) สังหารพระเจ้าคยองแอ และตั้งพระเจ้าคยองซุน เป็นกษัตริย์หุ่นเชิด ทำให้วังกอนต้องยกทัพไปต้านอำนาจของแพ็กเจใหม่ที่เขาคงซาน แต่พ่ายแพ้ยับเยิน ใน ค.ศ. 935 พระเจ้าคยองซุนหลบหนีมาโครยอ และยกอาณาจักรชิลลาให้พระจักรพรรดิแทโจ และในปีเดียวกันชินกอม บุตรชายของคยอนฮวอน ยึดอำนาจจากบิดาและปกครองอาณาจักรแพ็กเจใหม่ ใน ค.ศ. 936 ชินกอมพ่ายแพ้จักรพรรดิแทโจ ทำให้พระเจ้าแทโจทรงเป็นจักรพรรดิเพียงหนึ่งเดียวในคาบสมุทรเกาหลี

jumboslot

ใน ค.ศ. 926 ราชวงศ์เหลียว ของเผ่าคิตันทำลายอาณาจักรบัลแฮ ชาวเกาหลีจึงอพยพลงมาโครยอเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวโครยอเกลียดชังพวกคิตันว่าเป็นอนารยชนจากทางเหนือมาข่มเหงชาวเกาหลี ในสมัยจักรพรรดิเหลียวเซิ่งจง ราชวงศ์เหลียวเรืองอำนาจ จึงคิดจะรุกรานโครยอใน ค.ศ. 993 นำโดยเสี้ยวซุนหนิง พระเจ้าซองจง จึงทรงแม่ทัพซอฮี ไปต้านจนสำเร็จ เสี้ยวซุนหนิงจึงขอเจรจาสงบศึกแต่เรียกร้องให้คืนอาณาบริเวณของบัลแฮให้เหลียวและให้โครยอเป็นเมืองขึ้นเหลียว แม่ทัพซออีไม่ยอมจึงไปเจรจากับเซี่ยวซุนหนิง อ้างว่าโครยอเป็นการสืบต่อของโคกูรยอ ดังนั้นบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลทางตอนเหนือจึงควรเป็นของโครยอเซื่ยวซุนหนิงหลงกลจึงยอมยกดินแดนจรดแม่น้ำยาลูให้โครยอ
สิ้นสงครามพระเจ้าซองจงทรงให้มีการสร้างป้อมปราการอย่างมโหฬารที่แม่น้ำยาลูเพื่อป้องกัน ภายหลังพระเจ้าซองจงสิ้นพระชนม์ เจ้าชายวังซงพระราชโอรสของพระเจ้าคยองจงแห่งโครยอขึ้นครองราชย์ พระราชมารดาของพระองค์ทรงขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการเนื่องจากพระเจ้ามกจงยังทรงพระเยาว์ พระราชมารดาของพระเจ้ามกจงคือ พระนางฮอนแอพระมเหสีพระเจ้าคยองจงหรือพระนางชอนชู พระนางชอนชูเป็นกำลังหลักที่สำคัญของโครยอที่ต้านทัพเหลียวที่มาบุกโครยอหลายครั้ง พระนางชอนชูทรงนำทัพบุกขึ้นเหนือต้านทัพเหลียวหลายครั้งทำให้พระนางมีอำนาจเป็นอย่างมากในราชสำนัก ภายหลังพระนางสมรสใหม่กับคิมชียางและมีโอรสด้วยกันทำให้ขุนนางบางกลุ่มไม่พอใจ ใน ค.ศ. 1009 คังโจ ยึดอำนาจพระนางชอนชูและสังหารพระเจ้ามกจงแห่งโครยอ และตั้งเจ้าชายวังซุนขึ้นเป็นพระเจ้าฮย็อนจง เป็นกษัตริย์ จักรพรรดิเหลียวเสิ่งจงเห็นเป็นโอกาสจึงนำกองทัพมารุกรานนำด้วยพระองค์เอง คังโจนำทัพโครยอเข้าต่อสู้ แต่พ่ายแพ้และถูกสังหาร ข่าวการสิ้นชีวิตของคังโจทำให้ราชสำนักโครยอหวาดกลัวและหนีไปที่เมืองนาจูทางใต้ กองทัพเหลียวเกือบจะยึดเปียงยางได้ และรุกเข้ามาถึงเมืองแคซ็อง พระเจ้าฮย็อนจงจึงทรงยอมสงบศึก แต่จักรพรรดิเหลียวเสิ่งจงทรงเรียกร้องมากเกินไป จนพระเจ้าฮย็อนจงทรงไม่รับสัญญาสงบศึก เมื่อสงครามไม่ประสบผล จักรพรรดิเหลียวเสิ่งจงจึงยกทัพกลับ
แต่พวกคิตันไม่ได้กลับไปเปล่า แต่สร้างสะพานข้ามแม่น้ำยาลูเพื่อบุกโครยอครั้งต่อมาใน ค.ศ. 1019 นำโดยเสี้ยวไป่หยา แต่ทันทีที่ทัพคิตันย่างเท้ามาก็ถูกทัพโครยอซุ่มโจมตี เสี้ยวไป่หยาหนีลึกเข้าไปในโครยอก็ยิ่งถูกโจมตีหนักขึ้น พระเจ้าฮย็อนจงทรงร่วมมือกับพระนางชอนชูและคังกัมชาน ซึ่งเป็นขุนนางที่เคยรบมารับมือ ขณะที่กองทัพเหลียวกำลังข้ามลำธารแห่งหนึ่ง คังกัมชานและพระนางชอนชู สั่งให้เปิดเขื่อนน้ำท่วมทัพเหลียวจนหมด ทำให้เสี้ยวไป่หยายอมแพ้และหนีกลับไปทางเหนืออย่างยากลำบาก และในปี ค.ศ. 1029 พระนางชอนชูสิ้นพระชนม์
หลังจากรุกรานโครยอสามครั้ง ทั้งสองอาณาจักรจึงเจรจาสงบศึก และเป็นไมตรีต่อกัน ไม่ทำสงครามกันอีกเลย จนใน ค.ศ.1125 พวกนูร์เชน (Jurchen หรือแมนจู) ทำลายอาณาจักรเหลียวของคิตันและตั้งราชวงศ์จิน ฝ่ายเกาหลีส่งแม่ทัพยุนควาน เข้าไปรุกรานพวกนูร์เชน และใน ค.ศ. 1127 พวกนูร์เชนก็ทำลายราชวงศ์ซ่งยึดอาณาบริเวณทางเหนือของจีนได้ ขับไล่ชาวจีนไปเป็นราชวงศ์ซ่งใต้ ทำให้ราชวงศ์จินเรืองอำนาจ

slot

ตระกูลลีจากอินจู สะสมอำนาจจากการส่งมเหสีไปอภิเษกกับกษัตริย์โครยอหลายพระองค์ตั้งแต่พระเจ้ามุนจงเป็นต้นไป จนกระทั่งตระกูลลีมีอำนาจมากกว่ากษัตริย์โครยอเสียอีก ในสมัยพระเจ้าอินจง ลีจากยอม เป็นขุนนางที่มีอำนาจมากในราชสำนัก ทำการยึดอำนาจจากพระเจ้าอินจงใน ค.ศ. 1126 แต่พระเจ้าอินจงก็ทรงสามารถยึดอำนาจกลับคืนมาได้ใน ค.ศ. 1127 ใน ค.ศ. 1135 พระภิกษุมโยชอง ได้เสนอให้ย้ายเมืองหลวงไปซอกยอง เพื่อต้านทานการรุกรานของราชวงศ์จิน แต่ขุนนางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ภายใต้การนำของคิมบูชิก ต่อต้าน มโยชองจึงก่อกบฏแต่ถูกจับและประหารชีวิตในปีเดียวกัน