‘Elon’s Effect’ เมื่อ อีลอน มัสก์ ดันหมาโดชยิ้มร่ารับกระแสนิยม

‘Elon’s Effect’ เมื่อ อีลอน มัสก์ ดันหมาโดชยิ้มร่ารับกระแสนิยม แถมพุ่งออกนอกโลกไปแตะดวงจันทร์ (ที่หมายถึงดวงจันทร์จริงๆ)
เหตุผลหลักๆ ที่เรากล้าพูดว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เหรียญหมาได้รับความนิยมแบบถล่มทลาย ทั้งๆ ที่มันดูจะไม่มียูสเคสการใช้งานจริงแพร่หลายด้วยซ้ำ นั่นก็คือการออกมาซูฮกเชียร์อย่างออกนอกหน้าของ Dogefather หรือ อีลอน มัสก์ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019 ที่เขาออกมาทวีตข้อความว่า “โดชคอยน์อาจจะเป็นเหรียญคริปโตฯ สุดโปรดของผม มันวิเศษสุดๆ”

joker123

หลังจากนั้นเป็นต้นมา มัสก์ก็ยังสบช่องรับบทป๋าดันเหรียญหมาน้อยนี้ผ่านช่องทางทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาอยู่เรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส ทุกรูปแบบที่พอจะทำได้ ทั้งการเล่นกับกระแสมีมหมาชิบะ การโพสต์ข้อความที่ดูเชียร์ออกนอกหน้า

ในมุมหนึ่งมัสก์ถือเป็นคนดังผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มีสถานะไม่ต่างจากอินฟลูเอนเซอร์ในเซกเตอร์หรือวงการนี้ (ยอดผู้ติดตามบน Twitter สูงกว่า 54.3 ล้านราย) ดังนั้นเมื่อเขาออกมาพูดอะไร มาทวีตข้อความใดๆ นั่นจึงทำให้เสียงของเขามีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ และดึงดูดกว่าเสียงของคนอื่นๆ เสมอ กับการเชียร์เจ้าเหรียญหมานี้ก็เช่นกัน พลอยทำให้ ‘ความน่าเชื่อถือ’ ในเชิงมูลค่าของ Doge เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ ตีคู่ไปกับกระแสนิยมของคนจำนวนมากที่เริ่มเปิดรับมันมากขึ้น

สล็อต

กระทั่งการปรากฏตัวของมัสก์ในรายการ SNL ที่แม้ว่าเขาจะใช้พื้นที่ในช่องทางนี้โปรโมทเหรียญหมาแบบกระจุยกระจาย แต่หลังจากที่รายการจบลง ราคาของ Doge ก็ตกลงกว่า 28% โดยคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่มัสก์พูดในรายการแบบติดตลกว่า เหรียญ Doge เป็น ‘Hustle’ ซึ่งในบริบทนี้ดูจะมีความหมายส่อเค้าไปในเชิงลบถึงการกล่าวว่ามันเป็นการหลอกหลวง

ก่อนที่ในเวลาต่อมา มัสก์และบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของเขา SpaceX ก็ได้ออกมาประกาศว่า พวกเขาพร้อมรับชำระด้วยเหรียญ Dogecoin ในการปฏิบัติภารกิจออกเดินทางไปยังดวงจันทร์ภายใต้โปรเจกต์ ‘DOGE-1 Mission to the Moon’ โดยมีกำหนดการคิกออฟในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 (รายละเอียดเต็มๆ ยังไม่เปิดเผยออกมา)

สล็อตออนไลน์

และก็เป็นเขาอีกเช่นกันที่ได้ทวีตข้อความแบบโยนหินถามทางในวันต่อมากับผู้ใช้งานทวิตเตอร์ว่าอยากให้ Tesla รับชำระการซื้อรถไฟฟ้าด้วยเหรียญหมาหรือไม่ ผลลัพธ์ที่ได้คือการที่คนส่วนใหญ่ 78.2% ตอบว่า ‘ต้องการ’ และก็ทำให้ราคาของ Doge ปรับขึ้นทันที 17% จากการเปิดเผยของ CoinMarketCap

แล้วนอกเหนือจาก อีลอน มัสก์ มีปัจจัยอื่นอีกไหมที่ทำให้กระแสความนิยมหมาโดชเพิ่มขึ้นแรงขนาดนี้?

อาวี เฟลแมน (Avi Felman) หัวหน้าประจำแผนกเทรดดิ้งประจำบริษัทลงทุนด้านคริปโตฯ BlockTower Capital เคยวิเคราะห์ผ่าน CNBC ไว้ว่า กรณีของ Doge นั้นชวนให้เขาคิดถึงกรณีเม่าลุกฮือโต้กลับเมื่อช่วงต้นปีตั้งแต่กระแสของ GameStop อย่างอดไม่ได้ (นิยามว่าเป็นโดชคือ ‘Part of the GameStop Boom’)

jumboslot

ในความหมายก็คือ ดูเหมือนนักลงทุนรายย่อยจะจับมือรวมตัวกันมากขึ้น ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรื่องราวที่เหมือนสิ่งชวนขำ เพ้อฝันให้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่จริงจัง ทั้งยังได้แรงส่งจากการที่แฟนเบสส่วนใหญ่ของเหรียญหมามีความเป็น ‘ชุมชน’ เป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่บน Twitter และ Reddit จึงทำให้พวกเขามีความสามัคคีกันมากเป็นพิเศษ

อนาคตและ ‘ความยั่งยืน’ ในระยะยาวคือคำถามที่ยังต้องการคำตอบ
มีขึ้นก็ย่อมมีลง นี่คือสัจธรรมของโลกคริปโตฯ ที่นักลงทุนต่างก็รู้อยู่เต็มอกว่ามันมีความผันผวนรุนแรงตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปราะบางมากๆ กับปัจจัยภายนอก (นักลงทุนป้ายแดงหลายคนคงจะทราบดี ว่าการที่มัสก์ออกมาทวีตข้อความไม่รับชำระซื้อรถ Tesla ด้วยเงินดิจิทัลทำให้พวกเขาปาดเหงื่อเครียดแค่ไหน)

ยกตัวอย่างง่ายๆ สดๆ ร้อนๆ คือการที่เมื่อคืนพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา Doge ยังมีราคาอยู่ที่ 0.4055 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12.71 บาทเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 22.50 น. ตามเวลาประเทศไทย) เพราะได้รับผลพวงจากการทวีตหยุดรับชำระ Tesla ด้วยบิตคอยน์

slot

แต่ทันทีที่ อีลอน มัสก์ ออกมาทวีตข้อความใหม่ว่าอีกครั้งตรงกับช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการทำงานร่วมกับนักพัฒนาเหรียญหมา Doge เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการทำธุรกรรมให้ดีขึ้น มีศักยภาพที่ดีกว่าเดิม หรือเรียกง่ายๆ ว่า ออกมาปั่นให้ Doge ราคาปรับตัวขึ้นสวนกับราคาบิตคอยน์ที่ดิ่งลง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือการที่ราคาของเหรียญหมา Doge ปรับขึ้นจริงๆ แถมปรับขึ้นแรงด้วย โดยเพิ่มขึ้นถึง +24.8% จากวันก่อนหน้า ขึ้นมาเป็น 0.5452 ดอลลาร์สหรัฐ หรือขึ้นมาเป็น 17.10 บาท เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม ตามเวลาไทย ดูเหมือนว่ามันจะเริ่มจริงจังไปแล้วสำหรับเหรียญหมาน้อย